เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Mary and Max (2009) เด็กหญิงแมรี่ กับ เพื่อนซี้ ช้อคโก้แม็กซ์
ชื่ออังกฤษ: Mary and Max
ชื่อไทย: เด็กหญิงแมรี่ กับ เพื่อนซี้ ช้อคโก้แม็กซ์
ปีที่ออกฉาย: 2009
เรื่องราวของ Mary and Max นั้น ให้อารมณ์หวานอมขมกลืนอยู่สักนิด แมรี่ เป็นเด็กหญิงจากเมลเบิร์นที่อยู่ในครอบครัวที่มีแม่ติดเหล้า ส่วนพ่อก็หมกมุ่นอยู่กับการสตั๊ฟฟ์สัตว์ แมรี่จึงกลายเป็นเด็กหญิงที่เหงา เปล่าเปลี่ยวที่สุดในโลก วันหนึ่งแมรี่เปิดสมุดหน้าเหลืองเพื่อสุ่มหาเพื่อนทางจดหมายในประเทศอเมริกา จนไปเจอเข้ากับ แม็กซ์ ชายร่างอ้วนวัย 40 ปีที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก แม็กซ์เป็นคนที่มีปัญหาด้านบุคลิกภาพ เข้ากับใครไม่ได้ เมื่อเด็กหญิงขี้เหงากับชายเจ้าปัญหามาเป็นเพื่อนทางจดหมายกัน มิตรภาพอันงดงามก็ค่อยๆ งอกเงยอย่างค่อยเป็นค่อยไป – Mary and Max คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเทศกาล Annecy International Animated Film Festival ซึ่งถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังคว้ารางวัลเดียวกัน จากอีกหลายเทศกาลอาทิ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเบอร์ลิน (สายหนังเด็ก) , เทศกาลหนังแอนิเมชั่นที่อ็อตตาวา ประเทศแคนาดา – เค้าโครงเรื่อง Mary and Max มาจากเรื่องจริง ผู้กำกับ อดัม เอลเลียต เผยว่า เขานำมาจากเรื่องราวระหว่างเขาและเพื่อนทางจดหมายคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ที่ นิวยอร์ก ทั้งคู่เขียนจดหมายหากันมากว่า 20 ปีแล้ว
Mary and Max (2009) เด็กหญิงแมรี่ เด็กคนขี้เหงาที่ไม่รู้จะเริ่มคุยกับใคร และ Max ชายสูงวัยที่โลกของเขาเหมือนถูกปิดด้วยความเงียบ ทั้งคู่ได้รู้จักกันผ่านจดหมาย และค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้กันและกัน เรื่องราวพาเราเห็นความกลัว ความหวัง และความพยายามเล็กๆ ในการอยู่รอดของคนที่แตกต่าง ก่อนจะกลายเป็นมิตรภาพที่ช่วยประคองกันในวันที่ยากจะอธิบาย
แมรี่เป็นเด็กที่ใช้ความคิดกับโลกส่วนตัวมากกว่าการเข้าหาคนอื่น เธอเขียนจดหมายออกไปแบบที่ทั้งจริงใจและเต็มไปด้วยคำถามที่ตอบยาก ในอีกฟาก Max รับจดหมายด้วยท่าทีที่กวนๆ ตรงไปตรงมา เขาตอบกลับด้วยวิธีของตัวเอง ทั้งคุยเรื่องโลก ความรู้สึกที่พยายามซ่อนไว้ และเรื่องเล็กๆ ที่ดูไม่สำคัญ แต่กลับคมพอจะทำให้แมรี่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ระหว่างจดหมายที่ผลัดกันมา ภาพชีวิตของทั้งคู่ค่อยๆ เผยให้เห็นความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การช่วยให้หายทันที แต่คือการอยู่ข้างๆ อย่างสม่ำเสมอ แมรี่เติบโตไปพร้อมกับความเข้าใจว่าคนเราอาจไม่เหมือนกัน และยังจับมือกันได้ด้วยถ้อยคำที่เขียนถึงกันเรื่อยๆ
แก่นที่เด่นที่สุดคือความเป็น “มิตรภาพผ่านการเล่า” เรื่องทำให้บทสนทนาในจดหมายกลายเป็นสะพานทางอารมณ์ พร้อมจังหวะขำปนเศร้าที่ไม่ฝืน น้ำเสียงของ Max ช่วยทำให้ความเหงาที่หนักอยู่แล้วเบาขึ้นโดยยังไม่ลดทอนความจริงใจ ขณะเดียวกันแมรี่ก็สะท้อนความคิดแบบเด็กที่ทั้งซื่อและแหลม ทำให้เราเชื่อว่าความสัมพันธ์แบบนี้เกิดได้จริงในชีวิตประจำวัน
Mary and Max (2009) คือเรื่องที่ไม่เร่งให้คุณอิน แต่ค่อยๆ ปั้นอารมณ์ผ่านการแลกเปลี่ยนจดหมาย ทำให้มิตรภาพดูมีน้ำหนักและน่าเชื่อ แม้โทนจะหม่นและบางช่วงทิ้งรอยแผลไว้พอสมควร อย่างไรก็ยังพาไปด้วยความจริงใจ ไม่ใช่การแก้ปัญหาให้สวยงาม การเล่าแบบไม่หักมุมปลายทาง แต่ทำให้คุณเห็น “คุณค่าของการติดต่อกัน” ในระยะยาว




