เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Lost in Thailand (2012) แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์
ชื่ออังกฤษ: Lost in Thailand
ชื่อไทย: แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์
ปีที่ออกฉาย: 2012
เป็นที่น่าปลื้มใจจริง ๆ ที่ประเทศไทยของเราถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศมาแล้วหลายเรื่อง อย่างล่าสุดกับภาพยนตร์แนวตลก/ผจญภัย ของจีนแผ่นดินใหญ่ เรื่อง ลอสต์ อิน ไทยแลนด์ (Lost in Thailand) ที่ได้มาถ่ายทำในประเทศไทยเกือบทั้งเรื่อง และที่สำคัญคือ เป็นภาพยนตร์ฟอร์มไม่ยักษ์แต่กลับโกยรายได้ไม่หยุด ทุบสถิติภาพยนตร์ที่เปิดตัวสูงสุดประจำเดือนธันวาคมเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดจากการฉายวันเดียวตลอดกาลในจีน โค่นรายได้ที่ ทรานสฟอร์เมอร์ 3 (Transformer 3) ทำไว้ในจีนไปเรียบร้อยแล้วโดยรายงานของ ฟิล์ม บิสสิเนสส์ เอเชีย (Film Bussiness Asia) ระบุว่า Lost in Thailand สามารถกวาดรายได้จากการฉาย 8 วัน หลังเปิดตัววันแรก เมื่อ 12 ธันวาคม ไปถึง 450 ล้านหยวน หรือราว 2,166 ล้านบาท โดยเฉพาะเมื่อวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม เพียงวันเดียว สามารถทำรายได้ถึง 100 ล้านหยวน หรือ 500 ล้านบาท สร้างสถิติทำรายได้สูงสุดวันเดียวตลอดกาล ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศของจีนอย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จถล่มทลายของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ชาวจีนหลายคนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ อยากเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถูกใช้เป็นโลเคชั่นหลักของเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีชาวจีนมาตามรอยภาพยนตร์เรื่องนี้กันแล้ว และโพสต์ภาพอวดคนอื่นในโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย จึงคาดว่าจะมีชาวจีนแผ่นดินใหญ่มาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นเพราะภาพยนตร์เรื่องนี้
เมื่อ “แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์” ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปตามแผน พวกเขากลับค่อยๆ หลุดเข้าไปในชุดของความเข้าใจผิด อุบัติเหตุ และคนแปลกหน้าที่เข้ามาเติมสีสันให้การเดินทาง ทั้งหมดทำให้การเอาตัวรอดแบบฮาๆ ต้องพึ่งไหวพริบและความสัมพันธ์ของกันและกันมากกว่าที่คิด
เรื่องเริ่มจากการที่แก๊งเพื่อนตั้งใจจะทำทุกอย่างให้ราบรื่น แต่ยิ่งพยายามควบคุมสถานการณ์กลับยิ่งหลุดมือ เมื่อเบาะแสเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร กลายเป็นปมที่ทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนเส้นทางและตัดสินใจรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทาง พวกเขาได้เจอทั้งช่วงเวลาที่เหมือนจะเวิร์กไปได้สวย และเหตุการณ์ที่พลิกความหมายในพริบตา ความสัมพันธ์ในแก๊งจึงถูกทดสอบผ่านบททดสอบจุกจิก—ใครจะรับมือกับความกลัวได้ยังไง ใครจะยอมฟังคนอื่นมากขึ้น และสุดท้ายการมุ่งให้ “เดินทางต่อ” กลายเป็นบทเรียนเรื่องความไว้วางใจมากพอๆ กับความสนุกสนาน
จุดเด่นของหนังอยู่ที่จังหวะความวุ่นวายที่ไหลลื่น ทั้งการเอาตัวรอดเฉพาะหน้าและการปะทะของนิสัยในแก๊งที่ทำให้เรื่องไม่ค้างคา อารมณ์คอมเมดี้ถูกวางให้เกิดจากสถานการณ์จริงๆ มากกว่าตลกสำเร็จรูป และการเดินเรื่องยังพาเราเห็นเสน่ห์ของ “การหลุดจากแผน” แบบที่ชวนให้ลุ้นว่าคราวหน้าแก๊งจะพลาดอย่างไร
Lost in Thailand (2012) แก๊งม่วนป่วนไทยแลนด์ เลือกเล่าเรื่องด้วยพลังของความผิดพลาดที่ต่อเนื่อง ทำให้คนดูอินกับ “ความพยายามจะจัดการทุกอย่างให้ได้” มากกว่าสนใจปมลึกๆ หนังจึงเหมาะกับผู้ที่อยากดูเพลินๆ มีจังหวะฮาและความตื่นเต้นเป็นระยะ แม้บางจังหวะจะพึ่งความบังเอิญ แต่การเดินเรื่องและเคมีของตัวละครช่วยคุมโทนให้ไม่น่าเบื่อ




