เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Kit Kittredge An American Girl (2008)
ชื่ออังกฤษ: Kit Kittredge An American Girl
ปีที่ออกฉาย: 2008
ตั้งอยู่ในซินซินนาติที่ระดับสูงสุดของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ “Kit Kittredge An American Girl” เป็นวัยรุ่นตัวเล็ก ๆ ที่สร้างสรรค์ทำให้แม่ของเธอตามหาโรงเรียนประจำที่พ่อของเธอสูญเสียงานของเขาในเดือนมิถุนายนปี 1934 Kit Kittredge ได้กลายเป็นคอลัมนิสต์ เครื่องพิมพ์ดีดในพื้นที่พิเศษของเธอในขณะที่อวดพื้นห้องที่อยู่ด้านล่าง เครดิตบ้านในบ้านของเธอจะถูกยกเลิกเนื่องจากวิธีการที่พ่อของเธอสูญเสียธุรกิจยานพาหนะของเขาและไม่สามารถคำนึงถึงส่วนที่ เขาไปที่ชิคาโกรัฐอิลลินอยส์เพื่อกรองงานและจ่ายเงินให้แม่ของเธอใช้เวลาในแผนการเล่นเกมที่แปลกประหลาดของแขกรับเชิญรวมทั้งนักแสดงมิสเตอร์เบอร์กย้ายอาจารย์ Miss Dooley และขับไลบรารี่ที่ปรับเปลี่ยนได้นางสาวบอนด์ รายงานการลักลอบขนสินค้าและการปล้นกระทำอย่างชัดเจนโดยลงและออก หน่วยวิเคราะห์และพบกับ Will และ Countee ที่มีพลังซึ่งอาศัยอยู่ในป่าใกล้กับแม่น้ำโอไฮโอและสถานีรถไฟ Erie Lackawanna แพ็คสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับค่ายและพยายามเสนอให้กับนายกิบสันบรรณาธิการค่าเฉลี่ยของกระดาษซินซินนาติอย่างไรก็ตามเขาไม่มีความตื่นเต้นสำหรับเรื่องนี้ ในเวลาเดียวกัน Kit ได้รับลูกสุนัขแม่ของเธอซื้อไก่และชุดขายไข่ของพวกเขาเมื่อมีการยิงกล่องที่มีโชคชะตาของแม่ของเธอถูกนำมาแสดงความประทับใจกับดาวที่วางแผนในการบูตของ Will จะทำให้เขาเป็นนายก สงสัย. นายอำเภอไปตามหา Will และ Countee ไม่ว่าในกรณีใดพวกเขาก็ออกจากป่าไปมา Pack, Stirling และ Ruthie จากนั้นออกเดินทางไปตรวจสอบเหตุการณ์และแสดงให้เห็นถึงความไร้ที่ติ จากนั้นปรากฎว่านายเบิร์กซึ่งเป็นหุ้นส่วนใกล้เคียงสองคนนั้นเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการขโมยโดยจะทำตัวเป็นพินัยกรรมและคนอื่น ๆ ที่อยากได้พฤติกรรมแย่ ๆ แพ็คโดยแปลงเป็นระยะใกล้โดยตำนาน ในเวลาต่อมา Kit พบว่า Countee ได้รับการยอมรับว่าเป็นเด็ก ในวันขอบคุณพระเจ้าความพินาศและความเป็นอยู่ของแม่ของคิทและพ่อของคิทก็กลับมา
มิสเตอร์กิบสันแสดงให้เห็นว่าบทความของเธออยู่ในชุดตีพิมพ์ในขั้นตอนสำคัญของซินซินเนติกระดาษทีละขั้นตอน
Kit Kittredge An American Girl (2008) เล่าเรื่องคิตตี้ เด็กสาวที่ชีวิตสะดุดลงเพราะสถานการณ์ทางการเงินของครอบครัว เธอพยายามควบคุมทุกอย่างด้วยความคิดสร้างสรรค์และความตั้งใจดี แต่ยิ่งพยายามรักษา “ภาพเดิม” ยิ่งเห็นว่าความจริงไม่เคยรอใคร เมื่อมีโอกาสได้ช่วยงานและได้พบผู้คนที่มองโลกต่างกัน คิตตี้ค่อย ๆ เข้าใจว่า การโตไม่จำเป็นต้องเป็นการยอมแพ้ และความหวังไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการเลือกลงมือทำในวันที่ไม่แน่นอน
เรื่องเริ่มจากช่วงเวลาที่ครอบครัวของคิตตี้เผชิญแรงกดดันจนต้องปรับแผนชีวิต เด็กสาวจึงยึดความรับผิดชอบของตัวเองให้แน่นขึ้น ทั้งเรื่องการเรียน การช่วยเหลือในบ้าน และการพยายามทำให้คนรอบตัวเชื่อมั่นในตัวเอง ขณะเดียวกัน คิตตี้ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับโลกของหนังสือพิมพ์และความฝันเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ เธอไม่ได้แค่ต้องการหนีความยากลำบาก แต่ต้องการหาคำตอบว่าทำไมผู้ใหญ่บางคนถึงเลือกปิดบังความจริง
การช่วยงานทำให้คิตตี้ได้พบทั้งมิตรภาพและความคาดหวังที่มาพร้อมเงื่อนไข บางคนหวังให้เธอเป็น “ภาพที่ถูกต้อง” ในเวลาที่ทุกอย่างควรเป็นไปตามกฎ แต่คิตตี้กลับเรียนรู้ทีละน้อยว่า การเป็นตัวเองอาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ความหวังไม่กลายเป็นคำสวยงามลอย ๆ ตลอดทาง ความสัมพันธ์ในครอบครัวและกับคนภายนอกถูกขยับให้เปราะบางขึ้น แต่ก็เปิดพื้นที่ให้การตัดสินใจด้วยหัวใจเกิดขึ้นแท้จริง
หัวใจของเรื่องอยู่ที่ความสัมพันธ์แบบครอบครัวที่ไม่ได้สวยงามตลอดเวลา แต่จริงใจพอให้เห็นรอยร้าวแล้วค่อยประคองกันต่อ ความรู้สึกของยุคสมัยและชีวิตประจำวันถูกถ่ายทอดผ่านการมองปัญหาของเด็กแบบไม่เว่อร์ ทำให้เรื่องหนักโดยไม่กลายเป็นความดราม่าหนักเกินไป นอกจากนี้มุมมองเรื่องความฝันกับความรับผิดชอบทำงานร่วมกันได้ดี ทำให้การเดินเรื่องมีทั้งความอบอุ่นและแรงสั่นในใจ
แม้โทนจะพาไปด้วยความอบอุ่น แต่หนังไม่หลบความจริงเรื่องภาระและความเข้าใจยากของคนโต การเล่าเรื่องเลือกให้ผู้ชมค่อย ๆ ติดตามความคิดและการตัดสินใจของคิตตี้มากกว่าการพึ่งพาเหตุการณ์สุดทาง ทำให้ความสนใจอยู่ที่ “การเติบโต” ในชีวิตประจำวัน จุดที่อาจท้าทายคือคนที่คาดหวังจังหวะบู๊หรือความลึกลับเข้มข้นอาจรู้สึกว่าเรื่องค่อย ๆ เดิน แต่สำหรับผู้ชมที่ชอบดราม่าความเป็นมนุษย์ หนังให้รสชาติที่นุ่มและค้างอยู่




