เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Kingdom (2019)
ชื่ออังกฤษ: Kingdom
ปีที่ออกฉาย: 2019
ในขณะที่สารพัดเรื่องซุบซิบผิดปกติเกี่ยวกับผู้ปกครองที่น่ารังเกียจของพวกเขาจัดการโดเมน “Kingdom” แต่กษัตริย์แห่งราชบัลลังก์ก็แปลงร่างเป็นความปรารถนาโดดเดี่ยวของพวกเขาต่อความเจ็บป่วยอันน่าเกรงขามที่เอาชนะแผ่นดินในสมัยโชซอนของเกาหลีสองหรือสามปีหลังจากญี่ปุ่น มันเกี่ยวข้องกับบันทึกของมกุฎราชกุมาร Yi Chang (Ju Ji-Hoon) ผู้มีส่วนร่วมในการกบฏ การเมืองและถูกบังคับให้ออกเดินทางไปที่สำคัญวิเคราะห์การแพร่กระจายของโรคระบาดที่ผิดปกติที่ได้ทำร้ายผู้ปกครองปัจจุบันและ อาณาเขตทางใต้ของประเทศ เรื่องราวเริ่มต้นด้วยคำเตือนที่เขียนเป็นภาษาเกาหลีในการประกาศทำให้มั่นใจว่านายโชซอนนั้นตายแล้วและผู้ปกครองสวมมงกุฎควรได้รับการแต่งตั้งอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ปกครองคนใหม่ โดยไม่คำนึงถึงภายในการจัดการที่อยู่อาศัยของเจ้านายท่านอาจารย์เป็นที่รู้กันว่าพิการอย่างแท้จริงและได้รับการปฏิบัติอย่างลับๆจนถึง 10 วัน ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ไปเยี่ยมผู้ปกครองไม่ได้ใช้ทุกสิ่งและทุกวิถีทางเพื่อสวมมงกุฎ ตอนดึกผู้ครองบัลลังก์จะออกเดินทางเพื่อเยี่ยมพ่อของเขา ไม่ว่าในกรณีใดเมื่อเทียบกับพ่อคนพิเศษของเขาเองเขาก็พบพิมพ์เขียวของสัตว์ประหลาดที่โหดเหี้ยม ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ Seo-Bi (Bae Doo-na) Yeong-Shin (Kim Sung-kyu) และผู้ปกครอง Moo-Young (Kim Sang-ho) ที่ยุ่งเหยิงของเขาเจ้าชายยี่ฉางต้องคาดการณ์ถึงการปรับปรุง ทำให้เกิดภัยพิบัติต่อเมืองหลวงของฮันยาง (ปัจจุบันคือกรุงโซล) ในขณะที่จับตาดูความร้ายกาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง Cho Cho Hak-ju (Ryu Seung-ryong) และครอบครัวของเขาชี้ไปที่คำแถลงการณ์ของเขาจากสถานการณ์ของอำนาจอธิปไตย
เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองตึงเครียดจนทุกคนต้องเลือกทางเดินของตนเอง แผนการป้องกันอาณาจักรกลับกลายเป็นเกมที่ต้องใช้ทั้งกลยุทธ์และหัวใจ ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนที่ต้องรับบท “ยืนหยัด” ทั้งจากหน้าที่และความฝัน จะถูกบังคับให้พิสูจน์ว่าความกล้าหาญนั้นมีราคาเท่าไร และใครกันแน่ที่เป็นตัวชี้ชะตา
เรื่องราวเริ่มจากการเฝ้าระวังความไม่แน่นอนที่คืบคลานเข้ามาในทุกมุม ทั้งการเตรียมกำลัง การวางหมาก และการรับมือข่าวลือที่บั่นทอนความเชื่อมั่น บางคนเดินหน้าด้วยเหตุผล บางคนยึดมั่นด้วยอุดมการณ์ แต่เมื่อเส้นแบ่งระหว่าง “คำสั่ง” กับ “ความถูกต้อง” เริ่มเลือนราง ทุกการตัดสินใจยิ่งทวีความหนักหน่วงขึ้น กลุ่มผู้ร่วมรบต้องปรับแผนต่อหน้าสิ่งที่คาดไม่ถึง ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ภายในก็ถูกทดสอบด้วยความกลัว ความคาดหวัง และความหวังที่ไม่อาจพูดออกมาตรงๆ
จุดแข็งของ Kingdom (2019) อยู่ที่ความตึงเครียดแบบค่อยๆ กดดันมากกว่าระเบิดความมันทีเดียว ทำให้การวางหมากและการตัดสินใจมีน้ำหนักชัด อารมณ์ของตัวละครถูกผลักด้วยแรงกดจากสถานการณ์ ทำให้ช่วงที่เงียบก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับมุมมองของคนที่ต้อง “ทำตามหน้าที่” โดยไม่ลืมว่าอีกด้านคือ “ผลที่จะตามมา”
Kingdom (2019) เหมาะกับคนที่อยากได้หนัง/เรื่องที่ความมันเกิดจากกลยุทธ์และการแบกรับมากกว่าฉากโชว์พลังอย่างเดียว แม้จังหวะจะค่อยเป็นค่อยไป แต่ความตึงจะค่อยๆ เพิ่ม ทำให้ผู้ชมตามทันความคิดและอารมณ์ของตัวละครได้โดยไม่ต้องเร่งสรุป ข้อควรเตรียมใจคือโทนค่อนข้างจริงจังและเต็มไปด้วยภาระทางความรู้สึก จึงจะอิ่มใจที่สุดสำหรับคนที่ชอบเรื่องแนวเอาตัวรอดในระบบอำนาจและการรบ




