เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Joe Dirt 2 Beautiful Loser (2015) โจเดิร์ท 2 เทพบุตรสุดเกรียน
ชื่ออังกฤษ: Joe Dirt 2 Beautiful Loser
ชื่อไทย: โจเดิร์ท 2 เทพบุตรสุดเกรียน
ปีที่ออกฉาย: 2015
เรื่องราวตลกขบขันต่อเนื่องจากโจ เดิร์ทซึ่งทำให้เดวิด สเปดกลับมาในฐานะฮีโร่ผมทรงหางกระรอก หลังจากที่เขาย้อนเวลากลับไปในอดีต เดิร์ทต้องต่อสู้เพื่อให้ได้กลับมายังยุคปัจจุบันและ กลับมาหาครอบครัวของเขา บริตนีย์ แดเนียล (จาก The Game) แพทริก วอร์เบอร์ตัน (จาก Rules of Engagement) และคริสโตเฟอร์ วอร์เคน (จาก Wedding Crashers) ก็ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
โจเดิร์ทที่ยังยึดมั่นในหัวใจแบบเดิม ต้องออกเดินทางอีกครั้งเมื่อชีวิตพาให้เขาเข้าใกล้เป้าหมายที่อยากพิสูจน์บางอย่างกับตัวเองและคนที่เขาไม่เคยหยุดคิดถึง ระหว่างทางเขาเจอทั้งมิตรภาพ แผลเก่า และความเข้าใจผิดที่ทำให้การผจญภัยดูตลกในจังหวะหนึ่ง แต่กลับทิ้งรอยบางอย่างไว้ในอีกจังหวะหนึ่ง
เรื่องเริ่มจากความฝันเดิมที่ติดอยู่ในหัวของโจเดิร์ท เขาเชื่อว่าการได้กลับไปอยู่ในที่ที่ “ใช่” จะทำให้ทุกอย่างกระจ่าง ทั้งที่โลกภายนอกไม่ได้ง่ายหรือใจดีเหมือนที่เขาคิด เมื่อการเดินทางทำให้แผนของเขาพังซ้ำแล้วซ้ำเล่า โจจึงต้องใช้วิธีเฉพาะตัวทั้งความมั่นหน้าและความดื้อรั้นในการเอาตัวรอด ระหว่างนั้นความสัมพันธ์เก่าเริ่มโผล่มาเป็นคำถามว่าที่ผ่านมาทั้งหมดเขาเข้าใจผิดหรือเปล่า และสิ่งที่เขาวิ่งตามจริงๆ คือความยอมรับ ความรัก หรือความรู้สึกว่าตนเองมีค่าแค่ไหน เหตุการณ์ตลกขบขันจึงปะปนกับช่วงที่ทำให้ผู้ชมอดคิดตามไม่ได้ว่าทำไมตัวละครถึงไม่ยอมยืนเฉย ทั้งหมดนำไปสู่การเผชิญหน้ากับความจริงที่ยิ่งใหญ่ขึ้นตามเส้นทางที่ไม่ตั้งใจจะพาเขาไป
ความสนุกมาจากโทนกวนๆ แบบโจเดิร์ทที่ไม่พยายาม “หล่อ” แต่ใช้ความพลาดเป็นเครื่องมือเล่าเรื่อง ความสัมพันธ์ของตัวละครถูกขับด้วยจังหวะอารมณ์ที่สลับไปมาระหว่างขำและสะเทือนใจ และงานเขียนทำให้การเดินทางไม่ใช่แค่แก๊ก แต่เป็นการทดสอบความเชื่อของคนคนหนึ่งว่าความฝันจะพาไปไกลแค่ไหน
Joe Dirt 2 Beautiful Loser (2015) โจเดิร์ท 2 เทพบุตรสุดเกรียน เป็นหนังที่ใช้ความฮาและความกวนเป็นหลัก แต่ไม่ได้ทิ้งแก่นเรื่องเกี่ยวกับการกลับมารับรู้ตัวเองท่ามกลางความวุ่นวาย แม้สไตล์จะออกแนวเอาใจคนที่ชอบอารมณ์บ้าๆ บอๆ และมุกที่คาดไม่ถึงเป็นช่วงๆ ความคมของตัวละครยังทำให้เรื่องไม่กลายเป็นแค่ชุดความตลก อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ได้อินกับความไม่สมเหตุสมผลแบบโจเดิร์ท หนังอาจรู้สึกเล่นใหญ่เกินไปสำหรับบางคน




