เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Jandara 2 (2013) จันดารา ปัจฉิมบท
ชื่ออังกฤษ: Jandara 2
ชื่อไทย: จันดารา ปัจฉิมบท
ปีที่ออกฉาย: 2013
โศกนาฏกรรมชีวิตของ จัน ดารา แวดล้อมไปด้วยผู้คนรอบข้างที่สะท้อนมวลอารมณ์แห่งความรัก ความใคร่ ความเคียดแค้น กิเลสตัณหา และกามารมณ์อันนำมาซึ่งการพลิกผันในชะตากรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นในบ้านพิจิตรวานิช ทำให้ จัน ดารา (มาริโอ้ เมาเร่อ) และ เคน กระทิงทอง (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต) สหายสนิทของเขาต้องหนีภัยอันเกิดจากการกระทำอันเหี้ยมโหดของ คุณหลวงวิสนันท์เดชา (ศักราช ฤกษ์ธำรงค์) ผู้ที่เขาคิดว่าเป็นพ่อบังเกิดเกล้านานถึง 17 ปี ไปพำนักอยู่กับ คุณท้าวพิจิตรรักษา (รัดเกล้า อามระดิษ) ผู้เป็นญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ที่เมืองพิจิตรช่วงระยะเวลาที่อยู่ที่เมืองพิจิตรนี้ จันเป็นสุขทั้งกายใจ และรู้สึกถึงอิสรภาพของชีวิตอย่างแท้จริง เขายังคงติดต่อทางจดหมายกับ ไฮซินธ์ (สาวิกา ไชยเดช) เพื่อนหญิงในดวงใจอันเป็นรักบริสุทธิ์ของเขาอยู่เสมอมา และคาดหวังว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อันสดใสที่เมืองนี้พร้อมๆ กับการตามค้นหาพ่อแท้ๆ ของเขาไปด้วย แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งให้วันชื่นคืนสุขอยู่กับเขาเพียงไม่นาน เมื่อในที่สุดจันก็ได้ล่วงรู้ความจริงอันไม่คาดฝันเรื่องพ่อผู้ให้กำเนิดแท้จริงที่เขารอคอยมานานจากปากคำของ ร้อยตำรวจเอกเรืองยศ (เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) ผู้กุมความลับอันน่าอดสูเกี่ยวกับตระกูลพิจิตรวานิชนี้ไว้มาตลอดทั้งชีวิตจันพยายามทำใจให้ผ่านช่วงชีวิตอันแสนทุกข์ทรมานนี้ไปให้ได้ จนกระทั่ง น้าวาด (บงกช คงมาลัย) ได้เดินทางมาแจ้งข่าวเรื่องคุณหลวงล้มป่วยลงอย่างฉับพลัน เนื่องจากเกิดเหตุบางอย่างขึ้นกับ คุณแก้ว (โช นิชิโนะ) และ คุณขจร (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) และแล้วสงครามแห่งการชำระแค้นและทวงคืนทุกอย่างให้กลับมาเป็นของเขาและตระกูลพิจิตรวานิชก็ได้เปิดฉากขึ้นในทันทีตามคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณท้าวยายผู้คอยบงการและพลิกผันชะตาชีวิตของจันให้ตกอยู่ในด้านมืดอย่างคาดไม่ถึง จันกลับมาอย่างสง่าผ่าเผยในฐานะเจ้าของบ้านคนใหม่ และมีสิทธิในทรัพย์สมบัติและอำนาจทั้งหมดภายในบ้าน แต่เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจของเขา เมื่อสัตว์ร้ายและตัณหาราคะในใจปะทุออกมาอย่างรุนแรง เมื่อเขาเห็นภาพ คุณบุญเลื่อง (รฐา โพธิ์งาม) กับคุณหลวงยังรักใคร่กันเป็นอย่างดี จันจึงใช้เสน่ห์แห่งความเป็นชายหนุ่มรูปงามหลอกล่อจนคุณบุญเลื่องตกเป็นของเขาอย่างสมยอม และเมื่อคุณหลวงได้เห็นภาพร่วมรักอันเร่าร้อนของทั้งคู่ ทำให้เขาสิ้นสติและกลายเป็นอัมพาตไปในที่สุดกระจกเงาแห่งความชั่วร้ายได้สะท้อนภาพคุณหลวงมาสู่ตัวจันอย่างไม่มีผิดเพี้ยน การล้างแค้นอันน่าขยะแขยงนี้ดูเหมือนจะปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบด้วยชัยชนะของจัน ดาราแต่เพียงผู้เดียว ถ้าเขาไม่ได้รับบทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่จากศัตรูคู่อาฆาตอย่างคุณแก้วที่เอาคืนจันอย่างสาสม รวมถึงคนรอบข้างที่คอยห่วงใยเขาเสมอมาอย่างน้าวาด, เคน และคุณบุญเลื่องที่ค่อยๆ ตีตัวออกห่างจากจันไปเรื่อยๆ อำนาจและทรัพย์สมบัติจะมีค่าอะไร หากไร้คนที่รักและห่วงใยเราอย่างจริงใจอยู่เคียงข้าง
จันดารา ปัจฉิมบท พาย้อนความทรงจำไปยังรากเงาของคำสาบานและการแก้ไขบาปกรรมที่ไม่เคยจบง่าย ๆ เมื่อบางสิ่งจากอดีตเริ่มกลับมาทวงคืน ผู้คนที่เกี่ยวข้องต้องเผชิญทั้งความกลัว ความลังเล และคำถามว่า “ความเชื่อ” จะช่วยหรือทำร้ายกันแน่ การตามหาความจริงจึงกลายเป็นการสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นในระดับเดียวกับสิ่งที่อยู่ในใจ
เรื่องเริ่มจากสัญญาณประหลาดที่ค่อย ๆ กัดกร่อนความปกติในชีวิตของคนกลุ่มหนึ่ง พวกเขาถูกผลักให้ย้อนกลับไปทบทวนอดีต ทั้งความสัมพันธ์ที่ค้างคาและเหตุการณ์ที่เคยถูกมองข้าม ขณะที่เงื่อนงำเชื่อมโยงไปสู่ตำนานจันดารา ภารกิจในการหาคำตอบยิ่งพาเข้าใกล้ความจริงที่หนักกว่าคำอธิบายธรรมดา ยิ่งเข้าใจมากเท่าไร ความรู้สึกผิดและภาระที่ต้องแบกรับก็ยิ่งชัดขึ้น และทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้ากลับเป็นการทดสอบว่าความกล้าของคนมีค่ามากกว่าความกลัวแค่ไหน
จุดเด่นของ จันดารา ปัจฉิมบท อยู่ที่ความกดดันของบรรยากาศและการเดินเรื่องแบบค่อย ๆ คลี่ความสัมพันธ์กับตำนาน ทำให้ความลึกลับไม่ได้มาแบบฉับพลัน แต่ค่อยซึมเข้ามาเรื่อย ๆ อีกทั้งยังเล่นกับความเชื่อในแบบที่ไม่ปล่อยให้ผู้ชมสบายใจ ต้องจับตาทั้งหลักฐานและแรงจูงใจของตัวละครไปพร้อมกัน
จันดารา ปัจฉิมบท ทำงานได้ดีในชั้นของ “อารมณ์และเงื่อนไข” มากกว่าการลุ้นแบบผิวเผิน มันพาไปไกลกว่าความหลอนด้วยการตั้งคำถามเรื่องกรรม ความรับผิดชอบ และการตัดสินใจภายใต้ความเชื่อ ข้อสังเกตคือบางช่วงความลึกลับถูกเก็บข้อมูลอย่างตั้งใจ อาจทำให้คนที่ชอบความชัดเร็วรู้สึกช้าบ้าง แต่โดยรวมแล้วเรื่องเดินในทิศทางที่จริงจังและสอดรับกับโทนตำนาน




