เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Irrational Man (2015) เออเรชันนัล แมน
ชื่ออังกฤษ: Irrational Man
ชื่อไทย: เออเรชันนัล แมน
ปีที่ออกฉาย: 2015
Irrational Man หนังรักโรแมนติกปนดราม่า ของผู้กำกับเเละนักเขียนชื่อดัง วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen) ผู้กำกับวัยเก๋าที่มีเเบบฉบับการทำหนังเป็นของตัวเองจนกลายเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขามีผลงานที่น่าติดตามเพราะความสร้างสรรค์ในเนื้อหาและเสียดสีสังคม เเม้เเต่ในเต็มเรื่องความรัก ยังสามารถหยิบเเง่มุมที่เเตกต่างออกไปจากหนังรักทั่วๆไป ซึ่งเขาเขียนบทและกำกับเอง รวมไปถึงการได้นักเเสดงสาวสวยชื่อดัง เอมม่า สโตน มาเป็นเเรงดึงดูดผู้ชมรวมทั้งทีมนักเเสดงที่พร้อมใจกันสวมบบาทได้อย่างเข้าถึงบทที่วู้ดดี้เขียนเองกับมือ ซึ่งดูหนังได้เปิดตัวที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ถ้าเอ่ยชื่อผู้กำกับว่าเป็นวู้ดดี้ อัลเลน เชื่อว่าหลายคนพร้อมที่จะหันพรึ่บพรั่บมาพิจารณาหนังชีวิตตลกร้ายเรื่องนี้ทันทีอย่างแน่นอน เหตุผลเพราะว่าตลอดเวลาที่วู้ดดี้ อัลเลน คร่ำหวอดอยู่ในวงการภาพยนตร์จนถึงวัย 79 ปี ผลงานแต่ละเรื่องที่เขาสร้างนั้นอยู่ในระดับพรีเมียมที่ทุกคนต้องปรบมือให้ และ Irratioal man ก็คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้าฉายในประเทศไทยส่งท้ายปี 2015 ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมในเทศกาลหนังเมืองคานส์มาแล้วว่ามันตลก ทั้งที่เนื้อเรื่องมันไม่ตลกเอาเสียเลย เขาจึงจัดให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังชีวิตแบบตลก ที่ทุกคนน่าจะได้ลองสัมผัสดูสักครั้งในชีวิต
Irrational Man (2015) เออเรชันนัล แมน เล่าถึงครูสอนปรัชญาที่จิตใจล้าและมองโลกแบบไร้แรงจูงใจ วันหนึ่งเขาได้เข้าไปพัวพันกับวงสนทนาและความสัมพันธ์ของคนรอบตัว จนคำถามเรื่อง “เหตุผล” กลายเป็นเรื่องเฉียบคมกว่าที่คิด เมื่อการตัดสินใจของแต่ละคนสะสมความกดดัน ทั้งความจริง ความรู้สึกผิด และผลกระทบต่อคนอื่นก็เริ่มขยับเข้าหากันอย่างอันตราย
เรื่องเริ่มจากสภาวะของชายคนหนึ่งที่เหมือนจะหมดศรัทธากับทั้งการสอนและการใช้ชีวิต เขาไม่ได้ตั้งใจหาใคร แต่ชีวิตกลับพาให้เขาไปยืนอยู่ตรงกลางของอิทธิพลหลายอย่าง ทั้งบรรยากาศในมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยสายตาและการตีความ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ดูเหมือนปกติในตอนแรก ทว่าเมื่อชายคนนี้เริ่มพูดคุยหรือแทรกตัวในแบบที่ไม่อาจเรียกว่า “บังเอิญ” คำถามทางศีลธรรมก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าใครเป็นฝ่ายเลือก และเลือกเพราะอะไร
ยิ่งเรื่องดำเนินไป การสนทนาเรื่องปรัชญาที่ถูกยกขึ้นมาเพื่อความคิด กลายเป็นกรอบที่บีบให้ตัวละครต้องตอบคำถามของตัวเอง ชายคนหนึ่งเริ่มทดลองกับการตัดสินใจของเขาโดยมองว่ามันอาจพาไปสู่ความหมายบางอย่าง แต่การกระทำย่อมย้อนกลับมาชนกับความต้องการของคนรอบข้าง ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ความคาดหวัง และความกลัวจะค่อยๆ ปะทุขึ้นทีละชั้น ทำให้ความตึงเครียดไม่ได้มาในรูปของ “การไล่ล่า” ทว่าเป็นแรงกดดันแบบเงียบๆ ที่ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งหนัก
หนังเด่นที่การทำให้ “ปรัชญา” กลายเป็นของมีน้ำหนักเชิงอารมณ์ ไม่ใช่แค่ถ้อยคำ โทนความตึงเครียดมาแบบค่อยเป็นค่อยไปจากบทสนทนาและการมองกันมากกว่าฉากเร้าใจ อีกทั้งยังเล่นกับความไม่ลงรอยของเหตุผลกับแรงปรารถนา ทำให้ทุกความสัมพันธ์รู้สึกเสี่ยงโดยไม่ต้องประกาศล่วงหน้า
Irrational Man (2015) เออเรชันนัล แมน ชวนดูด้วยความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในห้องที่อากาศเริ่มขาด—ทุกบทสนทนาและการตัดสินใจเหมือนกำลังทดสอบขอบเขตของศีลธรรมและความจริง ข้อดีคือการเล่าแบบกดอารมณ์ ทำให้คนดูตั้งคำถามตามตัวละครได้อย่างไม่ยัดเยียด แต่ถ้าคุณชอบหนังที่เดินเรื่องตรงๆ หรือมีคำตอบชัด หนังอาจทำให้รู้สึกคลุมเครือและจงใจเว้นช่องว่างให้ตีความมากพอสมควร




