เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง I Hate Kids (2019)
ชื่ออังกฤษ: I Hate Kids
ปีที่ออกฉาย: 2019
เกาผู้แต่ง “I Abhor Kids” กำลังถูกผูกปมเมื่ออายุ 13 ปี
ช่างฝีมืออ้างตัวว่าเป็นลูกของเขา การทดสอบพลังจิตและ DNA แสดงให้เห็นถึงมัน ช่างได้รับและไม่รู้จักแม่แท้ๆของเขา เกาและร่วม เยี่ยมชมแฟนของเขา “I Hate Kids” โยน 14 เมื่อนานมาแล้วคนที่มีทุกสิ่งที่พบว่าเขามีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยต้องการ เกาเพียร์สัน, lothario ก่อนหน้านี้และผู้สร้างไดอารี่ที่ขายดีที่สุดเรื่อง “I Despise Kids” เกือบจะได้แต่งงานกับผู้หญิงในฝันของเขา (ราเชลบอสตัน) ซึ่งเสนอการขาดความผูกพันในการเป็นพ่อแม่ ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อช่างฝีมือ (จูเลียนเฟเดอร์) วัย 13 ปีเป็นอุปสรรคต่อการฝึกฝนอาหารมื้อเย็นโดยอ้างว่าเป็นลูกของนิค ด้วยความช่วยเหลือของวิทยุที่มีสีสันปรากฏกายสิทธิ์ The Astonishing Fabular (Tituss Burgess) และด้วยวันที่ยุติธรรมจนกระทั่งงานแต่งงานทั้งสามคนออกเดินทางไปตามท้องถนนเพื่อค้นหาผู้หญิงแปลก ๆ จากอดีตของนิคที่ดูเหมือนแม่ของเมสัน .
เรื่องราวติดตามผู้ใหญ่คนหนึ่งที่พยายามรับมือกับสถานการณ์ซึ่ง “เด็กๆ” กลายเป็นชนวนให้ความตึงเครียดบานปลาย ทั้งความคิด ความอดทน และขอบเขตที่เขาเคยยึดไว้เริ่มสั่นคลอน ขณะที่ปัญหาเล็กๆ ทวีความซับซ้อน เขาต้องเผชิญทั้งความเข้าใจผิด ความวุ่นวาย และผลสะท้อนทางอารมณ์ที่คาดไม่ถึง
คืนหนึ่งความสงบของเขาถูกกระแทกด้วยการปรากฏตัวของเด็กๆ ที่ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนจะเดินผิดทาง ตั้งแต่รายละเอียดจุกจิกที่ทำให้หงุดหงิดไปจนถึงเหตุการณ์ที่บังคับให้เขาต้องตัดสินใจท่ามกลางแรงกดดัน เขาพยายามตั้งกฎและควบคุมสถานการณ์ตามแบบฉบับผู้ใหญ่ แต่ยิ่งพยายามยิ่งสะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องความวุ่นวายภายนอก
เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเริ่มตึงขึ้น คนรอบข้างมองเขาในมุมของตัวเอง ความคาดหวังและความเข้าใจผิดทำให้สถานการณ์เดินไปไกลกว่าที่เขาคิด แทนที่จะได้คำตอบ เขากลับเจอคำถามใหม่ๆ ว่าความเครียดที่สะสมมานานกำลังพูดแทนเขาอยู่หรือไม่ และเขาพร้อมแค่ไหนที่จะยอมรับสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้ โดยตลอดเรื่องความกดดันค่อยๆ ทวี ทำให้ผู้ชมจับจังหวะความเสี่ยงทุกครั้งที่เขาพลาดไปแม้เพียงนิดเดียว
หนังเล่นกับอารมณ์ “หงุดหงิด–ปะทุ–ถอยไม่ทัน” ได้คม สถานการณ์ถูกออกแบบให้ดูเป็นเรื่องประจำก่อนจะค่อยๆ บิดไปสู่ความไม่แน่นอนทางอารมณ์ ภาพรวมคือความตลกร้ายที่ไม่หัวเราะโล่งๆ แต่ทำให้รู้สึกเหมือนความอดทนกำลังถูกทดสอบแบบเป็นขั้นๆ
I Hate Kids (2019) ไม่ได้พยายามขายความสนุกแบบเบาสมอง แต่เลือกใช้ความตึงและความเข้าใจผิดเป็นแรงขับ เรื่องเดินด้วยสถานการณ์ที่ทำให้ผู้ชมอดลุ้นไม่ได้ว่าตัวละครจะยืนอยู่ในกรอบของตัวเองได้อีกนานแค่ไหน จุดแข็งอยู่ที่การจัดจังหวะความกดดันและการสื่ออารมณ์ผ่านการกระทำโดยไม่ต้องอธิบายเยอะ ส่วนใครที่ไม่ชอบหนังแนวตลกร้าย/ความอึดอัดสะสม อาจรู้สึกหนักกว่าที่คาด แต่ถ้าชอบหนังที่เล่นกับความคิดและขอบเขตของผู้ใหญ่ เรื่องนี้ตอบโจทย์ได้ดี




