เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง How the Grinch Stole Christmas (2000) เดอะกริ๊นช์ ตัวเขียวป่วนเมือง
ในเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศคริสต์มาส ผู้คนต่างเตรียมเฉลิมฉลองอย่างคึกคัก แต่ “กริ๊นช์” สิ่งมีชีวิตตัวเขียวผู้เก็บตัวกลับมองว่าความสุขของคนอื่นเป็นเรื่องน่ารำคาญ เขาแอบวางแผนจะทำให้เทศกาลเงียบหายไปทั้งเมือง ทว่าการเดินทางตามแผนกลับพาเขาเผชิญหน้ากับความหมายของ “การให้” และ “การอยู่ร่วมกัน” ในแบบที่เขาคาดไม่ถึง
กริ๊นช์อาศัยอยู่นอกเมือง อาศัยความขุ่นเคืองต่อเสียงหัวเราะและแสงสี เขามีเหตุผลของตัวเองที่ทำให้ยิ่งไม่อยากเข้าใกล้เทศกาล วันหนึ่งเขาตัดสินใจลงมือทำให้คริสต์มาสหายไป ไม่ว่าจะเป็นของขวัญหรือความคึกคักที่ทำให้คนอื่นยิ้มได้ตลอดทาง แผนการของเขาพาเขาเข้าใกล้ศูนย์กลางของการเฉลิมฉลองมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการเผชิญกับผู้คนที่ต่างกันไป ทั้งเด็กๆ ที่เชื่อในความมหัศจรรย์ และผู้ใหญ่ที่พยายามทำให้วันพิเศษนี้สำเร็จตามความตั้งใจ
แม้กริ๊นช์จะพยายามควบคุมทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาเจอระหว่างทางทำให้ท่าทีแข็งกระด้างเริ่มสั่นคลอน ไม่ใช่เพราะเวทมนตร์ฉับพลัน แต่เป็นเพราะคำพูดเล็กๆ การช่วยเหลือที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องขอ และความจริงที่ว่าความสุขไม่จำเป็นต้องมาจาก “ของ” เพียงอย่างเดียว เรื่องราวจึงค่อยๆ เปิดเผยว่ากริ๊นช์ไม่ได้ถูกทิ้งไว้กับความคิดขมขื่นเท่านั้น เขายังมีโอกาสได้เห็นเมืองทั้งเมืองจากมุมที่นุ่มนวลกว่าที่เคย
ตลอดทั้งคืนแห่งการเตรียมงาน การเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันของกริ๊นช์ก็ถูกเชื่อมกับการเติบโตของความเข้าใจในใจเขาเอง สถานการณ์ยิ่งใกล้ชิดความวุ่นวายของเทศกาลมากเท่าไร ความหมายของวันนั้นก็ยิ่งชัดขึ้นว่า “คริสต์มาส” สำหรับเขาอาจหมายถึงอะไรมากกว่าที่เคยคิด
จุดเด่นอยู่ที่การเล่าเรื่องผ่านอารมณ์ขมขื่นปนความน่ารักของกริ๊นช์ ทำให้เทศกาลที่มักสดใสกลายเป็นเรื่องของการเยียวยาและการเรียนรู้แบบเข้าใจง่าย นอกจากนี้ จังหวะการผจญผ่านเมืองและสถานการณ์ที่ค่อยๆ พลิกจากความตั้งใจจริงจังให้กลายเป็นความอลเวง ยังช่วยดึงคนดูให้ตามทันโดยไม่ต้องใช้ความซับซ้อน
How the Grinch Stole Christmas (2000) เดอะกริ๊นช์ ตัวเขียวป่วนเมือง ทำงานได้ดีในสิ่งที่ควรทำสำหรับหนังเทศกาล นั่นคือทำให้ความคิดเรื่อง “ความสุข” ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นการมองกลับมาว่าการให้และการอยู่ร่วมกันสร้างความหมายได้จริง แม้แกนเรื่องจะเรียบง่ายตามสไตล์แฟนตาซีครอบครัว แต่ความสนุกมาจากความต่างของกริ๊นช์กับโลกที่เขาไม่เข้าใจ จึงทำให้หนังดูเพลินและยังมีแก่นทางอารมณ์ให้ติดอยู่





