เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Green Lantern (2011) กรีน แลนเทิร์น
ชื่ออังกฤษ: Green Lantern
ชื่อไทย: กรีน แลนเทิร์น
ปีที่ออกฉาย: 2011
Green Lantern กำหนดฉาย : 16 มิถุนายน 2554 ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน กองกำลังเล็ก ๆ อันทรงอานุภาพมีชีวิตอยู่รอดมาเป็นเวลากว่าศตวรรษ ผู้พิทักษ์ความสงบและความยุติธรรม พวกเขาเรียกตัวเองว่ากองกำลังกรีน แลนเทิร์น ภราดรแห่งนักรบที่สาบานตนพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของจักรวาล กรีน แลนเทิร์น แต่ละคนสวมแหวนที่ประทานอภิมหาอำนาจให้เขา แต่เมื่อศัตรูร้ายตัวใหม่ที่ชื่อว่า พารัลแลกซ์ เข้าคุกคามเพื่อทำลายความสมดุลในพลังของห้วงจักรวาล ชะตากรรมของพวกเขาและชะตากรรมของจักรวาลอยู่ในกำมือของผู้พิทักษ์คนใหม่ของพวกเขา มนุษย์คนแรกที่ได้รับการคัดเลือกขึ้นมา นั่นคือ ฮัล จอร์แดน (ไรอัน เรย์โนล์ดส)
เรื่องเริ่มจากชายผู้มีความดื้อและความรู้สึกผิดติดตัว ที่วันหนึ่งได้พบ “วงแหวนพลัง” ของโคตรนักรบจากอีกฟากหนึ่งของจักรวาล วงแหวนสื่อสารกับเขาและผลักให้ต้องรับมือกับภัยคุกคามที่ลุกลามเกินกว่าพลังธรรมดาของโลกจะต้านทานได้ ท่ามกลางภารกิจที่ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เขาต้องหาคำตอบว่า “ความกลัว” และ “ความตั้งใจ” จะกลายเป็นพลังได้อย่างไร ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ในขณะที่โลกยังไม่รู้เรื่องราวขนาดนั้น ชายคนหนึ่งถูกโยนเข้าสู่วิถีของกรีนแลนเทิร์นหลังวงแหวนเลือกเขาให้เป็นผู้ถือครองพลัง แน่นอนว่าเขาไม่ได้เป็นวีรบุรุษแบบที่ใครอยากเห็นเสียทีเดียว ความหุนหัน การตัดสินใจเร็ว และบาดแผลในใจทำให้การใช้พลังไม่ใช่แค่เรื่องความสามารถ แต่เป็นเรื่องการคุมสติและความเชื่อมั่น เมื่อได้ออกไปสัมผัสความจริงของจักรวาล เขาเริ่มเข้าใจว่าภัยร้ายที่กำลังคุกคามนั้นไม่ใช่แค่ “ศัตรูตรงหน้า” แต่เป็นวิธีคิดที่บิดเบือนคุณค่าและทำให้คนหลงทาง ระหว่างการฝึกฝน การรับฟังคำเตือน และการเผชิญสถานการณ์ที่บีบคั้นขึ้นเรื่อย ๆ เขาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า วงแหวนไม่ได้ต้องการคนสมบูรณ์แบบ เพียงแค่ต้องการคนที่ยอมรับความจริง แล้วแปลงมันเป็นความกล้าหาญในแบบของตัวเอง
จุดที่หนังยืนเด่นคือการปะทะกันระหว่าง “พลังแฟนตาซี” กับ “คนที่ยังควบคุมตัวเองไม่เก่ง” ทำให้ความตื่นตาตื่นใจไม่ลอยห่างจากอารมณ์ตัวละคร ภาพรวมยังให้แรงขับเคลื่อนแบบแอ็กชัน-ผจญภัยผสมความเป็นมิตรของการฝึกฝน และเลือกใช้ความกดดันเพื่อทดสอบใจมากกว่าการปล่อยให้ฮีโร่ชนะง่าย ๆ
Green Lantern (2011) กรีน แลนเทิร์น เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ให้ความสำคัญกับ “การแปลงความรู้สึกเป็นพลัง” มากกว่าการโชว์พลังล้วน ๆ แม้เนื้อหาจะเร่งจังหวะเพื่อพาไปสู่สเกลจักรวาล แต่ช่วงพัฒนาตัวละครยังทำให้เราเชื่อว่าการยืนหยัดของฮีโร่มาจากความพยายามจริง ด้านแอ็กชันทำงานได้ตามฟังก์ชันคือเร้าและชัด ทว่าความเข้มข้นของอารมณ์จะยืนอยู่คู่กับความตื่นตาแทนการเป็นเพียงฉากประกอบ โดยรวมจึงเหมาะกับคนที่อยากดูฮีโร่สายผจญภัยพร้อมเดิมพันทางใจ




