เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Escape from New York (1981) แหกนรกนิวยอร์ค
ชื่ออังกฤษ: Escape from New York
ชื่อไทย: แหกนรกนิวยอร์ค
ปีที่ออกฉาย: 1981
ปี ค.ศ.1997 มหานครนิวยอร์กคือคุกขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่นั่นมีอาชกรทุกประเภทอยู่ 3 ล้านคน ทุกคนมีสิทธิ์เข้าไปอยู่ แต่ไม่มีสิทธิ์ออกมา ภารกิจที่ยอดอาชญรได้รับมอบหมายก็คือไปช่วยประธานาธิ บดี สหรัฐอเมริกา ที่ถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ในกำมือนักโทษที่หฤโหดที่ สุดในเรือนจำออกมาให้ได้ …..
หลังสังคมล่มสลาย เมืองนิวยอร์กถูกกันออกจากโลกด้วยกำแพงสูง กลายเป็นเขตต้องห้ามที่รัฐบาลยอมแพ้ต่อการควบคุม ท่ามกลางความโกลาหล ชายผู้มากประสบการณ์ถูกดึงเข้าร่วมภารกิจอันเสี่ยงตายเพื่อช่วยเหลือเป้าหมายสำคัญให้ทันเวลา ขณะที่เส้นทางเต็มไปด้วยทั้งอันตรายและการเมืองที่ซ่อนอยู่ในความสิ้นหวัง
เมื่อเหตุการณ์ใหญ่เขย่าความเป็นระเบียบครั้งสุดท้าย ความหวังเดียวของรัฐคือภารกิจนำตัวบุคคลสำคัญกลับมาให้ได้ท่ามกลางนิวยอร์กที่กลายเป็นเขตอาชญากรรมอย่างถาวร ผู้ถูกเลือกเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยยอมใคร และยิ่งอาศัยความสามารถเชิงเอาตัวรอดมากกว่าคำสั่งที่สวยหรู การเข้าไปในเมืองจึงเหมือนเดินเข้าสู่เกมที่กติกาไม่ได้ถูกเขียนไว้สำหรับใครทั้งนั้น
ตลอดทาง ทีมเล็กต้องเผชิญทั้งนักล่า กลุ่มคนที่ยึดอำนาจตามสัญชาตญาณ และบรรยากาศที่เหมือนทุกอย่างมุ่งสู่ความรุนแรงมากกว่าความเข้าใจ ขณะการช่วยเหลือยังคงเป็นเป้าหมายหลัก ความสัมพันธ์ในทีมกลับบิดเบี้ยวด้วยความไม่ไว้ใจและความจำเป็นที่ต้องตัดสินใจเร็วเกินกว่าจะพูดคุยได้หมด สิ่งที่เริ่มจากงานรับจ้างค่อย ๆ เปิดเผยว่าภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับเกมอำนาจระดับสูงซึ่งอาจแลกด้วยชีวิตได้ทุกวินาที
หนังเด่นที่ภาพจำสังคมล่มสลายซึ่งสร้างแรงกดดันให้ทุกฉากไม่ปล่อยให้คนดูรู้สึกปลอดภัย โทนแอ็กชันแบบฝุ่นตลบและความดิบทำให้การเดินทางในเมืองดูหนักแน่นกว่าความบันเทิงล้วน ๆ ตัวละครถูกขีดด้วย “ความจำเป็น” มากกว่า “ความหวัง” ทำให้การตัดสินใจของแต่ละคนมีน้ำหนักในตัวเอง และจังหวะเรื่องที่สลับระหว่างการเอาตัวรอดกับแรงปะทะทางอำนาจ ทำให้ภารกิจไม่เคยเรียบง่าย
Escape from New York (1981) แหกนรกนิวยอร์ค ยังมีเสน่ห์ตรงการตั้งคำถามว่าระบบที่บอกว่ารักษาความสงบ จริงแล้วกำลังเลือกปกปิดหรือกำลังยอมรับความพังยับไปแล้ว
Escape from New York (1981) แหกนรกนิวยอร์ค ไม่ได้พยายามให้เรื่องดูหรูหรือซับซ้อนเกินจำเป็น แต่กลับใช้โลกที่พังยับเป็นเครื่องมือสร้างความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ภารกิจที่เริ่มจากการช่วยเหลือค่อย ๆ เปิดมุมการเมืองและความรุนแรงที่แฝงอยู่ ทำให้ความสนุกมาจากทั้งแอ็กชันและความรู้สึกว่า “ทางเลือกมีน้อย” สำหรับคนที่ชอบหนังแนวดิสโทเปีย แอ็กชันดิบ และการปะทะที่ไม่ให้เวลาหายใจ จะเข้าทางมาก ส่วนผู้ที่คาดหวังความละเอียดเชิงอารมณ์แบบนุ่มนวลอาจรู้สึกว่าหนังเดินด้วยความหนักและเร็วเป็นหลัก




