เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Equals (2016) ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก
Equals (2016) ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก
เรื่องราวเล่าถึงสังคมในยุคอนาคตซึ่งเต็มไปด้วยมนุษย์ที่ไร้อารมณ์ความรู้สึก โดยมนุษย์สายพันธุ์ดังกล่าวถูกเรียกว่า Equals แต่จู่ ๆ เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับพวกเขา เมื่อเชื้อโรคร้ายชนิดหนึ่งค่อย ๆ กัดกินชีวิตของทุกคนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้ มนุษย์สายพันธุ์ Equals จึงต้องหลบหนีไปยังที่ห่างไกล โดยมี ซิลาส (นิโคลัส ฮอลท์) เป็นผู้โชคร้ายที่เกิดติดเชื้อมรณะเพียงคนเดียว จนเป็นสาเหตุให้เขาถูกขับออกจากถิ่นที่อยู่ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังโชคดีที่ได้รู้ว่า ยังมีหญิงสาวที่ชื่อว่า เนีย (คริสเตน สจ๊วต) เข้าใจความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร โดยเธอคนนี้คือผู้หญิงที่สามารถซ่อนการแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งนับจากนี้ไป เขาทั้งสองคนต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหลบหนีและเอาชีวิตรอด
ในโลกที่ถูกกำหนดให้คนต้องมีความรู้สึกแบบเดียวกัน ความใกล้ชิดที่มากกว่า “หน้าที่” กลายเป็นสิ่งต้องห้าม จอห์น (บรรยายด้วยความสงบแปลกปลอม) และลีนาเริ่มสังเกตเห็นรอยร้าวของระบบ เมื่อความคิดถึงและแรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจริงเริ่มทำให้ทั้งคู่ต้องเลือกว่าจะยอมเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบเดิม หรือยอมเสี่ยงกับการเป็นตัวเอง
ชีวิตในสังคมที่การตัดสินใจทุกอย่างถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ทำให้ความรักไม่ใช่เรื่องของหัวใจ แต่เป็นเรื่องของการรักษาความสมดุล จอห์นใช้ชีวิตตามกรอบที่มอบมาโดยไม่ตั้งคำถาม กระทั่งเขาพบว่าความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ่อนอยู่ในตัวเองแบบไม่ควรมี ขณะเดียวกัน ลีนาก็เริ่มเห็น “ความผิดปกติ” ที่ระบบพยายามกลบไว้ ความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวระหว่างคนสองคนจึงไม่ได้เติบโตด้วยหวานโรแมนติกอย่างเดียว แต่เติบโตจากการตั้งคำถาม การหลบหนี และความกลัวว่าจะถูกดึงกลับไปสู่ความเป็นระเบียบเหมือนเดิมหรือไม่ ยิ่งพวกเขาขยับเข้าใกล้ความจริง สายตาของอำนาจก็ยิ่งตามมาติด ๆ จนคำว่า “รัก” กลายเป็นทั้งแรงผลักและความเสี่ยงที่มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
จุดเด่นของ Equals คือความรักที่ถูกทำให้เป็นเรื่องการเมืองของอารมณ์ ภาพบรรยากาศสังคมเรียบเย็นชวนอึดอัด เสริมด้วยจังหวะที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนความรู้สึกกำลังค่อย ๆ “หลุดรอด” จากระบบ ในขณะเดียวกัน หนังยังวางคำถามแบบไม่เทศน์ว่าการปล่อยให้ความรู้สึกเป็นของจริง จะพาคนไปสู่อิสรภาพหรือความพังกันแน่
Equals (2016) ฝ่ากฎล้ำ โลกห้ามรัก เป็นหนังที่เลือกเล่นกับ “ความรู้สึกที่ถูกห้าม” มากกว่าสร้างพล็อตหวือหวา จึงเหมาะกับคนที่ชอบเรื่องดิสโทเปียที่อารมณ์คือสนามรบ จุดที่น่าประทับใจคือการทำให้ความรักดูมีน้ำหนัก เพราะมันไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากการฝืนระบบทั้งทางความคิดและการเอาตัวรอด อย่างไรก็ตาม โทนที่ค่อนข้างเย็นและการเล่าแบบค่อยเป็นค่อยไปอาจทำให้คนบางกลุ่มต้องใช้เวลาเพื่ออินกับโลกและจังหวะของหนัง




