Departures (2008) ความสุขนั้นนิรันดร

Departures (2008)
ปีที่ฉาย

เสียง : ไทย

Departures (2008) ความสุขนั้นนิรันดร on IMDb 8.1 HD

เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Departures (2008) ความสุขนั้นนิรันดร

ชื่ออังกฤษ: Departures
ชื่อไทย: ความสุขนั้นนิรันดร

ปีที่ออกฉาย: 2008

เชลโล่ที่ไม่มีงานทำใหม่ผลักดันให้เตรียมการบริหารงานอุทิศให้กับไดโกะโคบายาชิ (มาซาฮิโระโมโตกิ) สูญเสียกิจกรรมของเขาในฐานะเชลโล่เมื่อวงดนตรีของเขาถูกยุบ เขากับมิกะคนหนึ่ง (เรียวโกะฮิโระโกะ) “ความสุขนั้นนิรันดร” ที่รักของเขาย้ายจากโตเกียวไปยังที่ที่เขาเติบโตขึ้นจากยามากาตะที่ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านในวัยเด็กของเขาซึ่งถูกทิ้งไว้กับเขาเมื่อแม่ของเขาเตะถัง กาแฟที่พ่อของไดโกะทำก่อนที่เขาจะหมดกับเซิร์ฟเวอร์เมื่อไดโกะอายุหกขวบ เริ่มต้นตอนนี้และในอนาคตอันใกล้ทั้งสองไม่ได้มาถึงกัน ไดโกะรู้สึกรังเกียจต่อพ่อของเขาและรู้สึกสำนึกผิดที่ไม่ได้จัดการกับแม่ของเขา ดีกว่าทั้งๆที่เขารักษา “ตัวละครหิน” – หินซึ่งถูกกล่าวว่าผ่านไปบนพื้นผิวของมัน “Departures” ซึ่งพ่อของเขาให้เขาเมื่อหลายปีก่อน ไดโกะพบความก้าวหน้าสำหรับการเคลื่อนไหว คาดว่ามันจะทำงานในสำนักงานพัฒนาที่เขาไปพบที่สำนักงานตัวแทนของ NK และหยิบขึ้นมาจากเลขานุการ Yuriko Kamimura (Kimiko Yo) ว่าเขาจะตั้งค่าร่างกายสำหรับการเผาศพที่ความช่วยเหลือที่พาดพิงถึงในฐานะการจ่ายเงิน ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่อความเกลียดชังของเขาไดโกะรีบลงทะเบียนและรับส่วนล่วงหน้าจากเจ้านายคนใหม่ของเขาซาซากิ (Tsutomu Yamazaki) ไดโกะเป็นปริศนาเกี่ยวกับคำมั่นสัญญาของเขาและครอบคลุมธรรมชาติ การมอบหมายครั้งแรกของเขาคือการช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกเตะที่บ้านและไม่ได้เปิดเผยเป็นเวลาประมาณสิบสี่วัน เขาถูกทรมานด้วยอาการคลื่นไส้และไม่สุภาพ คนจรจัดบนยานพาหนะมีกลิ่นอันน่าสะพรึงกลัวของเขาเพื่อทำความสะอาดตัวเองเขาไปเยี่ยมห้องอาบน้ำฝักบัวแบบเปิดซึ่งเขาเคยเป็นเด็ก Tsuyako Yamashita (Kazuko Yoshiyuki) ซึ่งเป็นแม่ของเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งของเขา ไดโกะเมื่อเวลาผ่านไปไดโกะได้รับการอนุมัติจากการเรียกร้องของเขาในขณะที่เขาถูกปลดปล่อยออกมามากมายและมีประสบการณ์เกี่ยวกับครอบครัวที่พลัดพรากถึงแม้เขาจะท้าทายการทารุณกรรมทางสังคมไดโกะก็ไม่ยอมออกไป ผู้บริหารของที่ระลึกและอนุญาตให้เขากลับไปที่บ้านของคนในโตเกียวผ่านเพื่อนร่วมชั้นของยามาชิตะ (Tetta Sugimoto) ไดโกะขอให้ผู้ดำเนินการค้นหาได้รับการยอมรับอย่างมากและในเวลาไม่นานผู้ปฏิบัติงานควรหลีกเลี่ยงเขาและครอบครัวของเขา

เรื่องราวพาไปพบชายคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่กับ “พิธี” ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม—การจัดการกับความสูญเสียและถ้อยคำสุดท้ายของผู้จากไป แต่ยิ่งงานของเขาดำเนินไป เขายิ่งรู้ว่าความจริงไม่ได้จบที่ปลายทาง เพราะบางความรู้สึกยังค้างอยู่ในคนที่เหลือ และความสุขที่เคยคิดว่านิรันดรก็อาจมีเงื่อนไขซ่อนอยู่

หลังจากเหตุการณ์บางอย่างทำให้เขาเลือกเดินเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจ ชายผู้ทำหน้าที่ดูแลช่วงเวลาสุดท้ายของคนอื่นเริ่มมองความหมายของการจากลาใหม่ เขาปฏิบัติงานอย่างตั้งใจ รักษาความสงบให้กับครอบครัว และพยายามทำให้ “การไป” เป็นสิ่งที่มีศักดิ์ศรี

เมื่อมีผู้คนใหม่ๆ เข้ามา ความผูกพันและความเจ็บปวดของแต่ละคนเผยให้เห็นว่า ความทุกข์ไม่ได้มาเหมือนกัน และความหวังเองก็ไม่เหมือนกันเช่นกัน เรื่องราวค่อยๆ เปิดชั้นของความทรงจำขึ้นทีละน้อย ทั้งในมุมของผู้จากไปและคนที่ยังอยู่ ทำให้คำว่า “ความสุขนั้นนิรันดร” ไม่ใช่คำสวยหรู แต่เป็นคำถามที่ต้องตอบด้วยชีวิตจริง

ระหว่างการทำงานและการเผชิญหน้ากับอดีต เขาต้องเลือกว่าจะเก็บทุกอย่างไว้ในกรอบหน้าที่ หรือยอมให้ตัวเองรู้สึก ปล่อยให้ความหมายของความสุขขยับจากภาพฝันไปสู่สิ่งที่จับต้องได้โดยไม่ทำร้ายใคร

หนังโดดเด่นที่การใช้ “งานพิธี” เป็นเลนส์ส่องอารมณ์ ทำให้ผู้ชมเห็นความละเอียดอ่อนของการไว้อาลัยและการเยียวยา พล็อตค่อยๆ คลี่ผ่านความทรงจำและความสัมพันธ์ ไม่รีบเร่งจนเสียแรงกระทบ และยังมีบทสนทนา/รายละเอียดที่ชวนคิดต่อหลังจบซีน

Departures วางจังหวะได้สงบและจริงจัง ทำให้ประเด็นเรื่องความตาย การยอมรับ และความหมายของความสุขไม่กลายเป็นความเศร้าแบบผิวเผิน การเล่าเรื่องค่อยเป็นค่อยไปจนผู้ชมมีพื้นที่ให้ประมวลผล อย่างไรก็ตาม คนที่คาดหวังความบันเทิงแบบกระชับอาจรู้สึกว่าหนังใช้ความเงียบมากพอสมควร แต่ถ้าเปิดใจกับอารมณ์แบบใคร่ครวญ เรื่องนี้จะทิ้งรอยไว้ได้ลึกกว่าที่คิด

ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง

8.1
45312 โหวต, คะแนนเฉลี่ย 8.1 จาก 10
ชื่อหนัง: Departures (2008) ความสุขนั้นนิรันดร รางวัล: Won 1 Oscar. Another 33 wins & 8 nominations. ประเทศ: Japan ความยาว: 130 min เรตอายุผู้ชม: PG-13

master888

Texas444

BETSPORT888

ultimate

ดูหนัง เรื่อง Departures (2008) ความสุขนั้นนิรันดร

@buddy99

@buddy99

คุณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้?

กดได้ 1 ครั้งต่อเครื่อง

คนดูส่วนใหญ่รู้สึกว่า: ชอบ 100%
Post navigation