เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Death Wish (2018) นักฆ่าโคตรอึด
ชื่ออังกฤษ: Death Wish
ชื่อไทย: นักฆ่าโคตรอึด
ปีที่ออกฉาย: 2018
ต้นฉบับหนังทวงแค้นตัวจริงกำลังจะกลับมา Death Wish คือเฟรนไชส์หนังแอ็คชั่นทะลักเดือดที่ครองใจแฟนๆ มากที่สุดในยุค 70-80 เรื่องราวของ พอล เคอร์ซี ศัลยแพทย์มากฝีมือและคุณพ่อตัวอย่างที่สัมผัสได้ถึงความรุนแรงที่กำลังก่อตัวขึ้นในเมืองชิคาโก้จากการทำงานในห้องฉุกเฉินแต่ละวัน ต้องมาดีแตกเพราะวันหนึ่งลูกเมียของเขาถูกโจรชั่วบุกเข้าบ้านมาทำร้ายจนปางตาย ในเมื่อตำรวจมีงานล้นมืออยู่แล้ว ด้วยความแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก พอล ขอเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นเครื่องจักรสังหารเพื่องทวงเอาความยุติธรรมกลับมา เขาไล่ประหารพวกนอกกฏหมายจนเป็นที่กล่าวขาน คนทั้งเมืองตั้งคำถามว่าศาลเตี้ยคนนี้คือยมทูตแห่งความตายหรือเทพผู้คอยพิทักษ์ประชาชนกันแน่ เตรียมพบกับการรีเมคด้วยฝีมือของเจ้าพ่อหนังโหดแห่งยุคอย่าง อีไล ร็อธ พ่วงด้วยคนอึดตัวจริงอย่าง บรูซ วิลลิส มาแสดงนำพร้อมมอบความระห่ำสู่จอภาพยนตร์ปลายปี 2017 นี้
วิลเลียมต้องเผชิญความพังทลายที่ไม่อาจเยียวยาได้ หลังเหตุร้ายทำให้ชีวิตของเขาเหลือเพียงความโกรธและความมุ่งมั่นจะ “เอาคืนให้ได้” เขาเริ่มเดินเกมตามรอยผู้ที่คิดว่าหนีไปได้ง่ายๆ แต่การไล่ล่าครั้งนี้ค่อยๆ บีบให้เส้นแบ่งระหว่างการแก้แค้นกับการเป็นอันตรายต่อคนอื่นเริ่มสั่นคลอน
หลังความสูญเสียที่ทำให้วิลเลียมไม่เหมือนเดิม เขาเลือกไม่พึ่งคำสัญญาหรือกระบวนการที่ช้าเกินไป และหันไปทำทุกอย่างด้วยมือของตัวเอง การตามหาเบาะแสพาเขาเข้าไปในโลกที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดและคนที่คิดว่ากฎหมายเอื้อมไม่ถึง ช่วงเวลาที่วิลเลียมใช้ความอดทน ความนิ่ง และการวางแผนอย่างรัดกุม ทำให้การไล่ล่าเป็นทั้งการกดดันและการทดสอบจิตใจของเขาเอง เมื่ออุปสรรคเพิ่มขึ้น เขายิ่งต้องตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ตรงไหนระหว่างเป้าหมายกับคุณค่าที่เหลืออยู่
ความเข้มข้นของหนังอยู่ที่ความดื้อเงียบของตัวเอกและจังหวะการไล่ล่าที่เดินหน้าแบบไม่หยุด ทั้งยังเน้นบรรยากาศความสิ้นหวังและความหวาดระแวงมากกว่าความบันเทิงฉาบฉวย นอกจากนี้ หนังยังชวนคิดเรื่อง “ความยุติธรรม” ที่คนคนหนึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งถูกต้อง ทั้งที่มันอาจทำร้ายคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ
Death Wish (2018) นักฆ่าโคตรอึด เลือกเล่าเรื่องด้วยแรงขับจากความสูญเสีย จึงทำให้การกระทำของตัวเอกไม่ใช่แค่ “การล้างแค้น” แต่เป็นผลลัพธ์จากความสิ้นหวังที่ไม่เหลือทางอื่น แม้หนังจะหนักในด้านความรุนแรงและความกดดัน จนคนดูที่ไม่ชอบโทนเข้มอาจรู้สึกหนักหน่วง แต่ถ้าคุณชอบหนังที่เดิมพันด้วยความตึงและการตัดสินใจของคนคนเดียว เรื่องนี้จะพาคุณไปตามเกมที่บีบอารมณ์ได้ดีทีเดียว




