เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Daddy’s Home 2 (2017) สงครามป่วน (ตัว) พ่อสุดแสบคูณ 2
ชื่ออังกฤษ: Daddy’s Home 2
ชื่อไทย: สงครามป่วน (ตัว) พ่อสุดแสบคูณ 2
ปีที่ออกฉาย: 2017
ในที่สุดหลังจากที่คุ้นเคยกับการดำรงอยู่ของกันและกันแบรดและฝุ่นตอนนี้ต้องจัดการกับพ่อล่วงล้ำในช่วงวันหยุดสองคุณพ่อสุดป่วน ดัสตี และ แบรด ที่จะกลับมาสร้างเสียงหัวเราะอีกครั้ง และในภาคนี้ได้เพิ่มความสนุกสนานให้กับหลาน ๆ ทุกคนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส Daddy’s Home 2 ด้วยความป่วนครั้งใหม่จากคุณปู่สุดแสบ เคิร์ต คุณพ่อมาดแมนองดัสตี และ มิสเตอร์ไวเทเกอร์ คุณพ่อสุดอ่อนไหวของแบรด
Daddy’s Home 2 (2017) สงครามป่วน (ตัว) พ่อสุดแสบคูณ 2 วางเรื่องราวหลังจากอดีตคู่แข่งอย่างพ่อเลี้ยงสองคนต้องกลับมาอยู่ในบ้านเดียวกันอีกครั้ง ความหวังของแต่ละฝ่ายคือการคว้าความรักของลูกและช่วงเวลานาทีเดียวที่ได้เป็นคนสำคัญ แต่ยิ่งต่างคนต่างพยายามควบคุมสถานการณ์ เกมแกล้งกัน การประชัน และความเข้าใจผิดก็ทวีคูณจนบ้านกลายเป็นสนามรบ ทั้งยังต้องรับมือกับความรู้สึกจริงที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดตลกๆ
หลังบรรยากาศที่เคยตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย ทุกอย่างเหมือนจะพอไปต่อได้ แต่การมาถึงของความสัมพันธ์ใหม่ทำให้แผนการ “เป็นพ่อที่ดีที่สุด” กลับมาสั่นคลอนอีกครั้ง พ่อคนหนึ่งพยายามแสดงความเป็นผู้ใหญ่และระเบียบ ส่วนอีกคนเน้นความสนุกและเสน่ห์แบบฉุกละหุก ขณะเดียวกัน เด็กๆ เริ่มอ่านเกมออกว่าผู้ใหญ่กำลังแข่งขันกันอยู่ และยิ่งรู้ทันเท่าไหร่ การหยอกล้อและการทดสอบขอบเขตก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ ความวุ่นวายทำให้ทุกคนสะดุดกับเหตุการณ์เล็กๆ ที่กลายเป็นเรื่องใหญ่ รวมถึงเรื่องของความคาดหวังต่อบทบาทพ่อที่แต่ละคนแบกมาต่างกัน ช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนจะพังกลายเป็นโอกาสให้พวกเขาได้เห็นว่าการเป็น “คนที่บ้านต้องการ” อาจไม่ใช่การชนะเสมอไป และไม่ใช่คำพูดสวยๆ แต่คือการยืนอยู่ข้างกันในวันที่ไม่เป็นใจ
จุดขายอยู่ที่จังหวะปะทะแบบคอมเมดี้ที่ไล่ระดับความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง ทั้งมุกแกล้งกัน การหักมุมสถานการณ์ และการประชันวิธีเลี้ยงดูที่ทำให้ตัวละครแต่ละฝ่ายดูมีเหตุผลในแบบของตัวเอง ขณะเดียวกันหนังไม่ได้ปล่อยให้ความขำล้วนๆ เพราะค่อยๆ แทรกความรู้สึกจริงเรื่องการยอมรับและการปรับตัวให้เข้ากับ “ครอบครัวที่ไม่เหมือนเดิม”
Daddy’s Home 2 (2017) สงครามป่วน (ตัว) พ่อสุดแสบคูณ 2 คือหนังที่เดินหมากความวุ่นวายอย่างรวดเร็ว และรักษาความสนุกด้วยการปะทะที่มีทั้งมุกและสถานการณ์ที่ทำให้ต้องคอยลุ้นว่าใครจะพลาดต่อไป อย่างไรก็ตามแก่นของเรื่องยังวนอยู่กับการแข่งขันและอีโก้ซึ่งอาจทำให้บางช่วงดูซ้ำกับสูตรหนังครอบครัวที่เคยชนะในภาคก่อน แต่สิ่งที่ช่วยให้ไม่ฝืดคือความต่างของวิธีคิดระหว่างตัวละครและการค่อยๆ ใส่ความรู้สึกจริงลงไป ทำให้ท้ายที่สุดหนังไม่ทิ้งอารมณ์อบอุ่นไว้ให้เฉพาะรอยยิ้มเท่านั้น




