เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Crooked House (2017)
เมื่อการตายอย่างผิดปกติของเจ้าของบ้านนำมาสู่การสืบสวนในคฤหาสน์เก่าๆ ครอบครัวที่มีรอยร้าวก็ยิ่งเปิดเผยความจริงที่ซ่อนไว้ลึกลงไป ผู้ต้องสงสัยแต่ละคนดูเหมือนมีเหตุผลของตนเอง ตั้งแต่ความแค้น ความริษยา ไปจนถึงความลับที่ไม่ควรถูกนำมาพูด และเมื่อผู้สืบสวนเริ่มต่อจิ๊กซอว์ ความหมายของ “บ้าน” ที่ดูไม่สมดุลก็ยิ่งชัดขึ้นว่ามันสะท้อนความผิดเพี้ยนในใจคนได้อย่างไร
คดีเริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนในบ้านต้องตกอยู่ในความหวาดระแวง การสืบสวนเดินหน้าโดยอาศัยคำให้การที่ไม่ลงรอยกัน ทั้งถ้อยคำที่จงใจปกปิด และรายละเอียดเล็กๆ ที่ดูไม่น่ามีน้ำหนักแต่กลับนำไปสู่คำถามใหญ่ ทุกความสัมพันธ์ในครอบครัว คู่รัก พี่น้อง ผู้คอยค้ำจุนฐานะ และคนที่ถูกมองข้าม ค่อยๆ ถูกดึงให้เข้าสู่แสงสว่าง ขณะเดียวกันบรรยากาศในคฤหาสน์ก็ทำหน้าที่เหมือนตัวละครที่คุมจังหวะการสนทนา ห้องโถงทางเดินที่ทำให้คนเดินสะดุดตา ค่ำคืนที่เงียบเกินไป หรือท่าทีที่พยายาม “รักษาภาพ” ทั้งหมดล้วนทำให้การสังเกตกลายเป็นอาวุธ ผู้สืบสวนต้องรับมือกับแรงกดดันจากความทรงจำที่บิดเบี้ยว และความพยายามหาทางรอดของผู้เกี่ยวข้องที่ต่างกันไปในแต่ละวัน ก่อนจะเห็นว่าเรื่องราวที่ดูเหมือนฆาตกรรมธรรมดา อาจเป็นผลรวมของความรู้สึกผิด ความหวาดกลัว และการตัดสินใจที่ไม่อาจย้อนกลับได้
จุดแข็งของเรื่องอยู่ที่การปะติดปะต่อ “ความจริง” ผ่านมุมมองของคนในบ้าน ไม่ใช่แค่ลำดับเหตุการณ์แบบตรงไปตรงมา บทสนทนามีกลิ่นอายการแข่งขันทางอารมณ์ ใครจะพูดเท่าไหร่ พูดอะไร และยอมรับอะไรไม่ได้ นอกจากนี้คฤหาสน์ที่ให้ความรู้สึกเอียงๆ ทั้งทางกายและทางจิตใจ ช่วยเพิ่มแรงกดทับให้บรรยากาศสืบสวนค่อยๆ หนักขึ้นทุกตอนที่มีคำให้การใหม่
Crooked House (2017) ทำงานได้ดีในฐานะหนังสืบสวนเชิงจิตวิทยา เพราะไม่ได้พาเราไปตามร่องรอยแบบทื่อๆ แต่ให้ความลับและอคติของคนในบ้านเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ทำให้การเดาไม่ใช่แค่เรื่อง “ใคร” แต่เป็นเรื่อง “ทำไมถึงพูดแบบนั้น” และ “อะไรทำให้เหตุผลบิดเบี้ยว” อย่างไรก็ตาม คนที่ชอบคดีเดินเร็วและเฉลยเป็นขั้นๆ อาจรู้สึกว่าจังหวะการสังเกตต้องอาศัยความใจเย็นพอสมควร โดยรวมถือว่าเป็นเสน่ห์ของเรื่องที่เล่นกับความไม่ลงตัวของทั้งคำให้การและบรรยากาศในบ้าน





