เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Come As You Are (2019)
- ชื่ออังกฤษ: Come As You Are
- ปีที่ออกฉาย: 2019
เรื่องย่อ
เด็กสามคนที่มีแฮนดิแคป “Come As You Are” (Grant Rosenmeyer, Hayden Szeto และ Ravi Patel) หลบหนีจากผู้ปกครองที่ถูกครอบงำด้วยการไปเที่ยวสถานอาบอบนวดในมอนทรีออลซึ่งต้องรับผิดชอบต่อบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ Sam (Gabourey Sidibe) ผู้ดูแลทางการแพทย์ที่เดินทางได้ขับรถทั้งสามคนข้ามเขตแดนในขณะที่พวกเขาออกนอกบ้านครั้งนี้เพื่อสูญเสียความบริสุทธิ์
และเข้าใจความเป็นอิสระผู้ดูแลการเดินทางพาชายพิการสามคนไปเที่ยวมอนทรีออลเพื่อให้พวกเขาสูญเสีย ความบริสุทธิ์ที่อาบอบนวด
ในขณะที่มีส่วนร่วมและเป็นอิสระทั้งหมด (และไม่สร้างแรงจูงใจอย่างตื้น ๆ เหมือนภาพยนตร์เกี่ยวกับคนไร้ความสามารถบ่อยๆ) “Come As You Are” มาพร้อมกับคำตักเตือนที่สำคัญประการหนึ่ง: นักแสดงทั้งสามคนที่นี่มีความเหมาะสมทางร่างกายทุกสิ่งที่พิจารณา ในเรื่องนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นโอกาสในการพิจารณาครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติอื่น ๆ เช่น “Give Me Liberty” ได้รับผลกระทบจากการถ่ายทอดภาพบนหน้าจอของผู้ให้ความบันเทิงที่ไร้ความสามารถ ไม่ว่าในกรณีใดก็ตามมีสิ่งที่ต้องให้ความเคารพอย่างสูงในมุมมองทางแยกและองค์ประกอบทางเชื้อชาติของภาพยนตร์ของหว่องนั่นหมายถึงการได้เห็นเรื่องเพศที่น่าทึ่งของผู้ที่โลกที่ไม่เข้าใจรอบตัวเราต้องการความปรารถนาที่ไม่พึงปรารถนา
เป็นความคิดที่แสดงออกมาอย่างยอดเยี่ยมใน “Crip Camp” ซึ่งเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับซันแดนซ์ที่กำลังจะมาถึงจากผู้อำนวยการสร้าง James Lebrecht และ Nicole Newnham เกี่ยวกับช่วงชีวิตที่มีส่วนร่วมของค่ายในยุค 60 สำหรับวัยรุ่นที่มีความบกพร่อง “บุคคลไม่คิดว่าคุณเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงคุณถูกมองว่าเป็นบุคคลที่มีอากามิก” ตัวละครหนึ่งสะท้อนให้เห็น ในลักษณะที่ไม่สร้างความรำคาญ “Come As You Are” เริ่มดำเนินการเพื่อจัดการกับเลนส์ที่มีความสามารถที่น่าทึ่งเหล่านี้
เรื่องราวเริ่มจากคนคนหนึ่งที่พยายามใช้ชีวิตให้เดินต่อไปอย่างปกติ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์ในบ้านเริ่มสั่นคลอน เขากลับพบว่าปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “เรื่องที่เกิดขึ้น” แต่อยู่ที่สิ่งที่ไม่เคยพูดกันออกมาตลอดเวลา จากจุดนั้นความทรงจำ ความรู้สึกผิด และการให้อภัยก็เริ่มกดดันให้ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับตัวเองทีละนิด โดยยังคงรักษาจังหวะของความตึงค้างและความจริงที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ
ตัวละครหลักพยายามรักษาระยะห่างจากเรื่องในอดีต แต่เหตุการณ์เล็กๆ ในชีวิตประจำวันกลับพาไปสู่บทสนทนาที่ค้างคา และท่าทีที่เหมือนกำลังบอกบางอย่างโดยไม่ยอมพูดตรงๆ ขณะความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวเริ่มกระทบกระทั่ง ความไว้วางใจก็ถูกทดสอบด้วยคำถามเดิมที่ตอบยากขึ้นเรื่อยๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่เขา “ตั้งใจจะลืม” และอะไรคือสิ่งที่คนอื่น “เลือกจะเก็บเงียบไว้”
ยิ่งเรื่องเดินไป ความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่ได้พังลงแบบฉับพลัน แต่ค่อยๆ สึกกร่อนจากความเข้าใจผิด การปกป้องกันเกินเหตุ และความเงียบที่ทำให้บาดแผลลึกกว่าเดิม แต่ละฉากจะพาเราเข้าใกล้แรงผลักดันที่ซ่อนอยู่ ทั้งความอึดอัดที่กดไว้ การยอมรับไม่ได้ของใครบางคน และความพยายามจะเริ่มใหม่ที่ดูเหมือนจะไม่เคยเริ่มจริงเสียที ความจริงที่ทยอยเปิดออกไม่ได้เป็นแค่ปมเดียว หากเป็นภาพรวมของความสัมพันธ์ทั้งหมดที่ทำให้ทุกคนต้องทบทวนว่า “การเป็นตัวเอง” หมายถึงการกล้าพูด หรือการยอมให้กันและกันเจ็บน้อยลงกันแน่
หนังเด่นที่การเล่าแบบค่อยๆ เผยชั้นความสัมพันธ์ โดยใช้ความเงียบและท่าทางมากพอๆ กับบทสนทนา ทำให้ความตึงเครียดไม่พุ่งแบบทันทีแต่สะสมจนรู้สึกหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ อีกจุดที่น่าสนใจคือการมองความผิดพลาดของแต่ละคนแบบไม่ตัดสินตรงๆ พร้อมกับชวนให้ตั้งคำถามว่า “ใครเป็นผู้รับผิดชอบกันแน่” ในความเสียหายที่เกิดจากหลายฝ่าย
Come As You Are (2019) ทำงานได้ดีในฐานะภาพยนตร์ครอบครัวที่ชวนคิดมากกว่าชวนลุ้นคำตอบ หนังไม่เร่งหักมุมจนเสียอารมณ์ แต่ใช้การปะทะทางความรู้สึกและความจริงที่ทยอยเผยเพื่อพาเราเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ข้อดีคือผู้ชมจะรู้สึกเหมือนกำลังสังเกตความร้าวลึกของคนใกล้ตัว ส่วนข้อจำกัดคือคนที่ชอบจังหวะชัดๆ หรือความคืบหน้าตรงไปตรงมาอาจรู้สึกช้ากว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม หากคุณมองหาหนังที่ว่าด้วยการเผชิญหน้ากับความจริงในใจและการให้อภัย หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้




