เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Colossal (2017) คอลอสซาน ทั้งจักรวาลเป็นของเธอ
ชื่ออังกฤษ: Colossal
ชื่อไทย: คอลอสซาน ทั้งจักรวาลเป็นของเธอ
ปีที่ออกฉาย: 2017
นางเอกสาว แอนน์ แฮทธาเวย์ กลับมาใน Colossal ที่ครั้งนี้จะทำให้เธอกลายเป็นสาวเปลี่ยวเหงา ที่มีความสามารถควบคุมสัตว์ประหลาดยักษ์ไคจู โดย Colossal เป็นผลงานของผู้กำกับ นาโช วิกาลอนโด้ (Open Windows, Timecrimes) ที่ได้เกริ่นๆไว้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นดัง Transformers ปะทะ Adaptation หรือไม่ก็ Godzilla พานพบกับ Being John Malkovich โดย แอนน์ แฮทธาเวย์ จะรับบทเป็น กลอเรีย หญิงสาวชีวิตพังทลาย ทั้งเรื่องงานเรื่องรัก จึงคิดย้ายออกจากมหานครนิวยอร์ก กลับไปพักใจที่บ้านเกิด แต่ไม่ทันจะได้ไป เธอก็เห็นข่าวสัตว์ประหลาดกิ้งก่ายักษ์ กำลังถล่มโตเกียวอย่างบ้าคลั่ง แล้วเธอก็รู้สึกได้ว่า สาวธรรมดาคนนี้ สามารถใช้พลังจิตควบคุมไคจูนั้นได้”Colossal/คอลอสซาน ทั้งจักรวาลเป็นของเธอ” เล่าเรื่อง กลอเรีย (Anne Hathaway) เป็นสาวปาร์ตี้ที่ไม่ได้ทำงาน หลังจากถูกแฟนหนุ่มไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์ บังคับให้เธอต้องย้ายจากนิวยอร์ก กลับไปบ้านเกิดของเธอ เมื่อข่าวรายงานว่าสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังทำลายกรุงโซล เกาหลีใต้ กลอเรียก็ค่อย ๆ ตระหนักว่าเธอเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์อันไกลโพ้นนี้ เมื่อเหตุการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ กลอเรียต้องตัดสินใจว่า ทำไมการมีชีวิตที่ไม่มีนัยสาคัญของเธอ ดูเหมือนจะมีผลมหาศาลต่อชะตากรรมของโลก
เรื่องราวติดตามหญิงคนหนึ่งที่พยายามประคองชีวิตตัวเองท่ามกลางความล้มเหลวและความรู้สึกผิด เธอพยายามจะยึดโยงกับใครบางคนและสถานการณ์รอบตัว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับพาเธอไปสู่ปรากฏการณ์เหนือเหตุผลที่เชื่อมโยงตัวตนของเธอกับความพังทลายของเมือง เมื่อความสัมพันธ์และอดีตเริ่มกดดันหนักขึ้น ทุกคำตอบยิ่งพาไปสู่คำถามใหม่ว่าจริงๆ แล้ว “เธอ” กำลังควบคุม หรือถูกควบคุมกันแน่
หญิงสาวต้องแบกรับทั้งความสัมพันธ์ที่พังทลายและความรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจเป็น “คนที่ดีพอ” ได้ เธอวนอยู่กับการหนี การแก้ตัว และความพยายามทำเหมือนทุกอย่างยังพอจะไปต่อได้ ทว่าเมื่อเหตุการณ์ประหลาดทับซ้อนกับปัญหาในชีวิตประจำวัน เมืองกลับกลายเป็นพื้นที่ที่สะท้อนสภาพในใจของเธออย่างน่ากังวล ความสัมพันธ์กับคนหนึ่งที่ผูกพันกันมากพอให้เจ็บลึก ทำให้เธอยิ่งสับสนว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นผลจากสิ่งเหนือธรรมชาติหรือเป็นภาพฉายของความพังทลายในระดับจิตใจ
หนังค่อยๆ ขยับจากความตั้งใจจะ “จัดการชีวิต” ไปสู่การเผชิญหน้ากับความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ท่ามกลางความสยองแบบค่อยเป็นค่อยไปและอารมณ์ที่บิดเบี้ยว เราจะเห็นทั้งทางเลือกที่ทำให้คนคนนึงพังลง และสิ่งที่เหลืออยู่เมื่อเหตุผลล่มสลายลงทีละชั้น โดยไม่รีบเฉลยทั้งหมด แต่ใช้ความรู้สึกเป็นตัวนำให้ผู้ชมค่อยๆ เข้าใจว่าความสัมพันธ์กับ “ตัวตน” สำคัญไม่แพ้ความสัมพันธ์กับ “คนอื่น”
จุดเด่นของเรื่องคือการผสมความลึกลับเหนือเหตุผลเข้ากับแก่นดราม่าชีวิต—ความพังทลายไม่ได้มาเป็นฉากตื่นตาอย่างเดียว แต่มันทำหน้าที่เป็นภาพสะท้อนความรู้สึกผิดและการยอมรับตัวเอง ภาษาภาพและจังหวะการเล่าเดินแบบกดดัน สลับทั้งอึดอัดและหน่วงในเวลาเดียวกัน ทำให้ความสนุกไม่ได้อยู่ที่การตามล่าคำตอบเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการจับอารมณ์ที่ไหลบิดไปกับสถานการณ์
อีกอย่างที่สะดุดคือวิธีที่หนังทำให้ความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างตัวละครมีน้ำหนัก—บทสนทนาไม่ได้พาไปข้างหน้าตลอด แต่ทำให้ช่องว่างที่ “พูดไม่ออก” กลายเป็นความหมาย
“คอลอสซาน ทั้งจักรวาลเป็นของเธอ” เลือกเล่าแบบไม่รีดเอาความบันเทิงจากเอฟเฟกต์เพียงอย่างเดียว แต่ใช้แรงกดดันทางอารมณ์เป็นแกนหลัก หนังชวนให้ตั้งคำถามต่อความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์ที่ซ่อมไม่ได้ และการหลบหนีความจริง แม้โครงเรื่องจะพาไปไกลจนเข้าข่ายจินตนาการ ทว่าแก่นในใจยังชัดและตามกลับมาทุกครั้ง
จุดที่ต้องทำใจก็คืออารมณ์ของหนังค่อนข้างหนักและตีความได้หลายชั้น ถ้าคุณชอบหนังที่เฉลยชัดๆ แบบตรงไปตรงมา อาจรู้สึกเว้นช่องไว้มาก แต่ถ้าคุณอินกับงานดราม่าที่ปล่อยให้ผู้ชม “คลำ” ความหมายเอง เรื่องนี้จะให้ความรู้สึกค้างและชวนทบทวนหลังดูจบ




