เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Brooklyn’s Finest (2009) ตำรวจระห่ำ พล่านเขย่าเมือง
ตำรวจระห่ำ พล่านเขย่าเมือง
(ชื่ออังกฤษ: Brooklyn’s Finest)
ปีที่ออกฉาย: 2009
ภาพยนตร์กิจกรรมการแสดงที่น่าทึ่งด้วยฉากในบรู๊คลินตะวันออกของนิวยอร์กพื้นที่ที่คึกคักที่สุดในเมืองจุดโฟกัสของเรื่องคือ Eddie (Richard Gere), Sal (Ethan Hawk) และ Tango (Don Cheadle) ตำรวจสามคนที่ยังคงอยู่ในหนทางแห่งความเลวทรามและความสกปรก ซึ่งพวกเขาควรพยายามที่จะคิดออกว่าจะเอาชนะด้านที่มีเมฆของตัวเองได้อย่างไรเอ็ดดี้ผู้มีชีวิตจริงที่หมดหวังคิดวิธีที่จะบรรเทาความอดทนด้วยการดื่ม นอกจากนี้ยังมีความเกี่ยวข้องกับโสเภณีในโรงเรียนมัธยมชื่อ “ตำรวจระห่ำ พล่านเขย่าเมือง” เวลาเจ็ดวันก่อนเกษียณเขาจบลงด้วยโอกาสปกติเมื่อเขาได้รับการทาบทามให้เตรียมตำรวจอีกคนหนึ่งและภายในเจ็ดวันเอ็ดดี้ดูเหมือนจะค้นพบความสำคัญตลอดชีวิตประจำวันและทำงานตลอด Salman เป็นตำรวจอายุน้อยที่ทำงานหนักมาเป็นเวลานาน เขาต้องการที่จะจัดการกับคู่สมรสที่ตั้งครรภ์ของเขาและเด็กห้าคน ความคาดหวังทั้งหมดของเขาคือ “Brooklyn’s Finest” ไม่มีตำรวจที่มีเงินเพียงพอที่จะครอบครองได้ ทว่าซัลเป็นพ่อและคู่สมรสที่มีความยินดีเกินกว่าที่จะคิดถึงการทำให้ครอบครัวของเขาสิ้นหวังโดยไปเป็นตำรวจนอกสถานที่เพื่อวิพากษ์วิจารณ์แทงโก้ หายไปตลอดสามปีที่ผ่านมาในชีวิตการทำงานเป็นตำรวจชุดผู้ที่ต้องอำพรางตัวเองกับนายแพทย์และนักยิงปืนซึ่งทำให้เขาต้องติดคุกนานถึงเก้าเดือนเพื่อความถูกต้องในวันนี้แทงโก้มีลักษณะคล้ายกับอาชญากรมากกว่าตำรวจ ต้องกลับสู่ชีวิตปกติก่อนที่ทุกอย่างจะผ่านจุดที่ไม่กลับมาเมื่อหลักเสนอให้เขาอีกสถานการณ์เพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับการทำงานเขาเห็นว่านี่เป็นช็อตหลักที่เขาสามารถกลับมาสวมเครื่องแบบตำรวจเหมือนภูมิใจอีกครั้ง ภารกิจคือจับ KAZ (Wesley Snipe) เพื่อนสนิทของเขาในคุก นั่นทำให้แทงโก้พิจารณาทุกทางเลือก Swirl, Sal และ Tango ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้พบกัน จนกว่าจะมีการใช้ยาอย่างอิสระเกิดขึ้นทั้งสามคน ณ จุดนั้นก็จะต่อสู้กันเองในสถานการณ์อันตรายที่ชีวิตของพวกเขาถูกวางเดิมพัน
ในนครที่ความยุติธรรมมีราคาแพง ตำรวจหลายฝ่ายพยายามควบคุมสถานการณ์ที่กำลังบานปลาย แต่ยิ่งใกล้เป้าหมาย เส้นแบ่งระหว่างการทำหน้าที่กับความโลภก็ยิ่งเลือนราง ความตึงเครียดปะทุจากการไล่ล่า การตัดสินใจผิดจังหวะ และความกดดันที่บีบให้ทุกคนต้องเลือกทางเดินของตัวเอง ท่ามกลางความวุ่นวายที่เหมือนจะไม่มีใครอยู่นอกวงจร
เรื่องราวพาเราเข้าไปในปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและโลกของคนผิดกฎหมายที่ทำงานใกล้กันกว่าที่ควร โดยเริ่มจากความหวังว่าจะ “จัดการ” ปัญหาในเมืองได้เร็วที่สุด แต่เมื่อการสืบสวน-การจับกุมไม่ได้เป็นไปตามแผน ความสัมพันธ์ทั้งในหน่วยงานและระหว่างฝ่ายต่างๆ ก็เริ่มแตกร้าว ทั้งความไว้วางใจ การสื่อสารที่คลาดเคลื่อน และความกลัวที่จะถูกมองว่าไม่พอทำให้แรงกดดันทวีขึ้น การไล่ล่ากลายเป็นเหมือนเกมที่กติกาถูกปรับระหว่างทาง และทุกการกระทำทิ้งรอยไว้ทั้งกับเหยื่อ ผู้ต้องสงสัย และคนที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ความพยายามของตัวละครแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนยึดมั่นกับคำว่า “หน้าที่” บางคนพยายามหาทางรอด และบางคนกลับหลงไปกับอำนาจที่มาพร้อมความร้ายกาจของเมือง ผลคือความจริงที่ควรชัดเจนกลับหนาขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะบอกว่าใครกำลังไล่ล่าใคร และการตัดสินใจที่ดูเหมือนถูกต้องในตอนแรก กลับกลายเป็นชนวนให้ปัญหาใหญ่กว่าเดิม
จุดเด่นคือความหม่นและความกดดันที่สร้างขึ้นจากการชนกันของแรงจูงใจหลายชุด ทำให้คนดูกลืนไม่ลงง่ายๆ กับคำว่า “ฝ่ายดี” “ฝ่ายร้าย” การเล่าเรื่องให้ภาพหลายมุมพร้อมกันทำให้เมืองทั้งเมืองเหมือนกำลังสะเทือนด้วยปมเล็กๆ ที่ต่อยอดเป็นคลื่นใหญ่ และจังหวะของความตึงเครียดไม่ได้มาจากการไล่ล่าล้วนๆ แต่เกิดจากความไม่แน่นอนทางอารมณ์และการตัดสินใจที่ผิดพลาด
Brooklyn’s Finest (2009) ตำรวจระห่ำ พล่านเขย่าเมือง เป็นหนังอาชญากรรมที่เลือกเล่าแบบไม่ให้ความสบายใจ โดยแทนที่จะตอบคำถามว่าใครผิดหรือใครถูก มันตั้งคำถามกับระบบและแรงจูงใจของคนที่ถูกโยนให้อยู่กลางไฟ ทั้งพล็อตและบรรยากาศพาไปสู่ความรู้สึกว่าเส้นทางของตำรวจเองก็อาจพาไปสู่ความพังได้เหมือนกัน ข้อควรทราบคือโทนหม่นและการตัดสลับมุมมองหลายฝ่ายอาจทำให้คนดูที่ชอบความชัดเจนแบบตรงไปตรงมาไม่ค่อยสบาย แต่ถ้าคุณอินกับหนังที่พาความคิดตาม “ความเลือน” ของศีลธรรม เรื่องนี้จะให้รสที่เข้มข้นและค้างคา




