เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Bridget Jones’s Baby (2016) บริดเจ็ท โจนส์ เบบี้
ชื่อไทย: บริดเจ็ท โจนส์ เบบี้
ชื่ออังกฤษ: Bridget Jones’s Baby
ประเภทหนัง: Comedy, Romance
เรเน่ เซลเวเกอร์ และโคลิน เฟิร์ธ ควงคู่กลับมาอีกครั้งในภาพยนตร์โรแมนติคคอเมดี้ขวัญใจคนโสด Bridget Jones’s Baby บริดเจ็ท โจนส์ เบบี้ พร้อมเสริมทีมนักแสดงด้วยแพทริค เด็มพ์ซีย์ และเอ็มม่า ธอมสัน โดยชารอน แม็กไกวร์ จาก Bridget Jones’s Dairy กลับมารับหน้าที่ผู้กำกับภาพยนตร์แฟรนไชส์จากตัวละครที่สร้างขึ้นโดยเฮเลน ฟิลดิ้ง อีกครั้ง
หลังจากที่เลิกรากับมาร์ค ดาร์ซี่ (เฟิร์ธ) ชีวิตของบริดเจ็ท โจนส์ (เซลเวเกอร์) ก็ไม่ได้สุขสันต์นิรันดรอย่างที่วางแผนไว้สักเท่าไหร่ ในวัยสี่สิบกว่า ๆ เธอกลับมาโสดอีกครั้ง เธอตัดสินใจว่าจะมุ่งมั่นกับเรื่องงานในตำแหน่งโปรดิวเซอร์รายการข่าวเป็นหลัก และใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนฝูงทั้งเก่าและใหม่
บริดเจ็ท โจนส์ ตกอยู่ในช่วงชีวิตที่สับสนและกดดันกว่าที่เคย เมื่อเรื่องบางอย่างทำให้เธอต้องรับมือกับการตั้งครรภ์ท่ามกลางความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์และความคิดของตัวเอง ตลอดทาง เธอพยายามประคองชีวิตประจำวันให้เดินต่อ พร้อมรับมือกับคำถามที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก ความรับผิดชอบ และภาพตัวตนที่เธอพยายามยึดไว้
หลังจากความเป็นไปได้ที่พลิกชีวิตกลายเป็นความจริง บริดเจ็ทเริ่มต้นการเดินทางที่ทั้งตลก ขยับใกล้ความจริงจัง และเต็มไปด้วยความกังวล เธอรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และร่างกาย ขณะเดียวกันความสัมพันธ์รอบตัวก็ทำให้เธอต้องคิดหนักถึง “อนาคต” แบบที่ไม่อาจเลื่อนออกไปได้ ในขณะที่คนใกล้ชิดเข้ามาให้คำแนะนำแบบทั้งจริงจังและแซวเล่น บริดเจ็ทก็พยายามรักษาจังหวะชีวิตของตัวเอง ตั้งแต่การรับมือกับความคาดหวัง ไปจนถึงการทำความเข้าใจว่าความหมายของความรักสำหรับเธอคืออะไร ท่ามกลางความเข้าใจผิดและความลังเล เธอยิ่งพบว่าเส้นทางนี้ไม่ได้ต้องการคำตอบสำเร็จรูป แต่ต้องการความกล้าพอที่จะยอมรับความจริงทีละอย่าง
ความสนุกมาจากจังหวะสับสนที่เป็นธรรมชาติของบริดเจ็ท เธอไม่ได้แค่ “คิดเยอะ” แต่ยังพยายามจัดการกับชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน เรื่องความสัมพันธ์ถูกเล่าแบบทั้งกัดนิดๆ และจริงใจพอให้สะท้อนตัวเองได้ โดยเฉพาะประเด็นความรับผิดชอบและการยอมรับว่าความไม่แน่นอนก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต
ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องการเติบโตผ่านมุมมองของคนที่ยอมรับความวุ่นวายของตัวเองไม่ได้อย่างหมดจด แต่ก็พยายามเดินต่อเรื่อยๆ จุดเด่นคือการสลับระหว่างความตลกกับแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์อย่างมีจังหวะ ทำให้ไม่รู้สึกหนักจนเกินไป อย่างไรก็ตาม คนที่มองหาความกระชับแบบแอ็กชันอาจจะรู้สึกว่าอารมณ์และความสัมพันธ์ใช้พื้นที่พอสมควร แต่ถ้าคุณชอบหนังที่พาไปหัวเราะพร้อมตั้งคำถาม ภาพยนตร์จะเข้าทาง




