เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Braven (2018)
(ชื่ออังกฤษ: Braven)
ปีที่ออกฉาย: 2018
คนตัดไม้ปกป้องครอบครัวของเขาจากสปรินเตอร์ยาอันตรายเจ้าของสมาคมและญาติ โจเบรเวน (เจสันโมโม) อาศัยอยู่กับสเตฟานีคนสำคัญของเขา (จิลล์วากเนอร์) และหญิงสาวชาร์ล็อตต์ (ซาชารอสส์) ชาร์ล็อตต์ลินเด พ่อของ Braven (สตีเฟ่นหรั่ง) ผู้เผชิญหน้ากับจิตใจที่ไม่ดีเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ศีรษะได้เข้าสู่สนามรบเนื่องจากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงและหุ้นส่วนในชีวิตของเขา จากการเข้าใจอย่างลึกซึ้งของสเตฟานีโจและลินเด็นเริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้นในบ้านบนภูเขาที่เงียบสงบของครอบครัวโดยไม่เข้าใจว่าชาร์ลอตต์กำลังหาที่กำบังหลังรถ ดังนั้นเธอจึงสามารถตามหาผู้สมรู้ร่วมของ “Braven” ไดรเวอร์ Weston (Brendan Fletcher)
บราวเวนต้องพาลูกไปอย่างปลอดภัย แต่ความตั้งใจดีๆ กลับสะดุดเมื่อมีคนหมายตาเงินก้อนหนึ่งระหว่างทาง เขาต้องใช้ทุกทักษะที่มีเพื่อปกป้องคนสำคัญท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การไล่ล่าที่เหมือนจะจบได้เร็วๆ กลับลากให้ทุกวินาทีมีน้ำหนัก และทำให้เขาต้องตัดสินใจภายใต้สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
เรื่องเริ่มจากการเดินทางที่ควรจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนธรรมดาคนหนึ่ง ทว่ากลุ่มคนที่ “รู้เรื่อง” อยู่ก่อนแล้วทำให้แผนการคุ้มกันถูกฉีกตั้งแต่แรก บราวเวนไม่ใช่นักสู้มืออาชีพในโลกที่มีจังหวะ เขาคือคนที่ต้องคิดเร็ว รับมือเฉพาะหน้า และรักษาระยะห่างให้ได้ท่ามกลางการโจมตีที่ต่อเนื่อง
เมื่อการไล่ล่ากระชั้นขึ้น เขาต้องสลับบทบาทระหว่างคนคุ้มกันและคนแก้ปัญหา ใช้สภาพแวดล้อมแทนอาวุธ จัดลำดับความสำคัญของคนที่ต้องปกป้อง และหาทางหลุดพ้นจากวงล้อมที่แน่นขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้น ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับแรงจูงใจของฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มชัดขึ้น ทำให้การเผชิญหน้าครั้งต่อไปไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด แต่เป็นการปกป้องศักดิ์ศรีและความรับผิดชอบที่เขายึดไว้
หนังขับแรงด้วยความกดดันแบบ “ทางเดียวคือไปต่อ” การวางจังหวะการคุ้มกันทำให้คนดูรู้สึกว่าทุกการตัดสินใจมีต้นทุนทันที อีกทั้งการเล่าเรื่องให้โฟกัสที่ความสัมพันธ์และความตั้งใจของตัวเอกมากกว่าความอลังการ ทำให้ฉากแอ็กชันไม่ลอยจากอารมณ์
จุดเด่นอีกอย่างคือความเป็นเกมจบยากของสถานการณ์ ฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่แค่จำนวนมาก แต่เป็นแรงกดทับที่คาดเดาได้ยาก จึงทำให้การเคลื่อนไหวของตัวเอกดูมีเหตุผลในเชิงเอาตัวรอด มากกว่าความบังเอิญ
Braven (2018) ให้ความรู้สึกเป็นแอ็กชันที่ยึดความสัมพันธ์กับเดิมพันชีวิตเป็นแกนหลัก แม้จะเดินเรื่องด้วยความตึงแบบไล่ยิงไล่ตามตลอด แต่โครงสร้างยังพาให้คนดูเข้าใจว่าทำไมตัวเอกถึงต้องสู้ และสู้เพื่ออะไร ข้อเสียที่อาจมีคือความเร่งของเหตุการณ์ทำให้รายละเอียดบางส่วนดูพาไปตามเกมมากกว่าความลึก อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณอยากดูหนังแอ็กชันที่เดินด้วยแรงกดและอารมณ์การคุ้มกัน หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ชัดเจน




