เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Blood (2012) เลือดล้างเหลี่ยมคน
เลือดล้างเหลี่ยมคน
(ชื่ออังกฤษ: Blood)
ปีที่ออกฉาย: 2012
เครื่องทำความเย็นกระดูกสันหลังจัดโครงสร้างความผิดทางศีลธรรมของครอบครัวตำรวจ ญาติตำรวจสองคนที่รักษาโดยเงาของพ่อผู้จัดการตำรวจที่ผ่านมาของพวกเขาจะต้องตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่ดีที่พวกเขาทำเองแม้ว่าพวกเขาจะพยายามเข้าใจการเคลื่อนไหวของพวกเขาโจและ “เลือดล้างเหลี่ยมคน” ทำพฤติกรรมที่ไม่ดีและเชื่อถือได้ หุ้นส่วนผู้มีอำนาจตำรวจโรเบิร์ต (Mark Strong) เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาเป็นบิดเลื่อนของความผิดและความหวาดระแวงสืบสวนสอบสวน “Blood” ญาติและน้องสาวสองคนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ปล่อยความประทับใจของการอยู่ภายใต้หลักสูตรของพ่อของพวกเขาต้องค้นหาความจริงของตำรวจในคดีฆาตกรรม เห็นได้ชัดว่าคดีนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่ออาชญากรมีญาติเพียงไม่กี่คน
ภาพยนตร์ Blood (2012) เลือดล้างเหลี่ยมคน เล่าเรื่องคนธรรมดาที่ถูกดึงให้เข้าไปพัวพันกับเหตุรุนแรง และความสัมพันธ์ที่เหมือนใกล้ชิดแต่กลับมีชั้นเชิงซ่อนอยู่ ทุกการตัดสินใจตั้งแต่ต้นทางทำให้สถานการณ์ยิ่งหนืด และคำตอบบางอย่างดูจะฝังอยู่กับ “เลือด” ของอดีตมากกว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า
หลังจากความขัดแย้งนำไปสู่เหตุที่ทิ้งรอยไว้ยาวนาน ตัวละครหลักต้องพยายามตามหาว่าใครเป็นผู้บงการ และทำไมทุกอย่างถึงเชื่อมโยงกับปมเก่าอย่างแนบแน่น ระหว่างสืบสวนเขาพบทั้งคนที่ดูจริงใจเกินไปและคนที่ทำเหมือนไม่รู้อะไร ทั้งคำให้การ พฤติกรรม และความเงียบ ต่างเป็นเหมือนชิ้นส่วนของปริศนาที่ไม่เข้ากัน จนต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อหลักฐานที่มี หรือฟังสิ่งที่ความรู้สึกบอก
เมื่อแรงกดดันเพิ่มขึ้น อำนาจเริ่มแสดงตัว และ “เหลี่ยม” ในเกมนี้ก็ไม่ได้อยู่แค่ฝั่งตรงข้าม แต่ซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ภายในใจของเขาเอง ทุกย่างก้าวจึงเหมือนเดินบนพื้นน้ำแข็ง เพราะสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามาอาจไม่ใช่แค่คำตอบ แต่เป็นราคาในการเข้าไปใกล้ความจริง
จุดเด่นคือการเดินเรื่องที่เน้นความระแวงและจังหวะหักมุมในระดับความคิดมากกว่าการโชว์ฉากหวือหวา ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครถูกเขียนให้มี “ช่องว่าง” ให้ผู้ชมค่อยๆ คิดตามว่าใครกันแน่ที่กำลังเล่นบทอยู่ อีกทั้งบรรยากาศของความลับกับความรุนแรงทำให้ทั้งเรื่องรู้สึกคับแน่นตลอดเวลา
Blood (2012) เลือดล้างเหลี่ยมคน เป็นหนังที่ทำให้ความสงสัยเดินนำเรื่องตลอดเวลา ปมถูกปูแบบค่อยเป็นค่อยไป จนผู้ชมต้องร่วมคิดกับตัวละครว่าข้อมูลที่ได้มาน่าเชื่อแค่ไหน ข้อดีคือโทนหม่นและความตึงที่รักษาไว้ได้สม่ำเสมอ ส่วนจุดที่อาจท้าทายคือบางช่วงต้องอาศัยการสังเกตเพื่อจับความเชื่อมโยง อย่างไรก็ตามหากชอบงานแนวดราม่า-ระทึกที่เกมอยู่ในคำพูดและการกระทำมากกว่าการเฉลยตรงๆ เรื่องนี้จะตอบโจทย์ได้ดี




