เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Big Baby (2015)
ชื่ออังกฤษ: Big Baby
ปีที่ออกฉาย: 2015
หลานสาวของนักวิจัยคลั่งสร้างเครื่องเปลี่ยนพันธุกรรมและหลานชายอายุ 4 ขวบของเขาเปลี่ยนร่างของเขาให้กลายเป็นมนุษย์โบราณอายุ 30 ปีโดยไม่ได้ตั้งใจ เด็กบ๊อบบี้หนีออกจากบ้านและวิ่งไปรอบ ๆ “Big Baby” เมืองเพราะญาติของเขาพยายามที่จะจับเขาเมื่อไม่นานมานี้ผู้ปกครองของพวกเขากลับมาจากการหลบหนี เครื่องจักรมีมูลค่าเป็นส่วนหนึ่งของเงินสดและพวกเขามีเวลาสักวันเมื่อเร็ว ๆ นี้เครื่องจักรสูญเสียความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเด็กบ๊อบบี้กลับการพัฒนาของนักวิทยาศาสตร์คลั่งทำให้น้องชายของเขาตกอยู่ในอันตรายในภาพยนตร์ตลกเรื่องนี้ . Dr. Simon (Kip Gilman) สร้างแกดเจ็ตที่ดัดแปลงพันธุกรรมซึ่งสามารถเปลี่ยนอายุของลูกค้าได้ ในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญกำลังจัดการกับกลโกงที่ต้องการกระตุ้นมือของพวกเขาบนเครื่องหลานชายที่อายุน้อยของเขาเล่นกับเครื่องจักรและเปลี่ยนร่างกายของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจไปที่อายุ 30 ปี ในไม่ช้าดร. ไซม่อนต้องตามหาหลานของเขา (แอนดรูว์ลอว์เรนซ์) ซึ่งอยู่ในร่างของคนที่พัฒนาแล้ว
บรรยากาศของความลับค่อยๆ ก่อตัวรอบตัวคนสองคนที่พยายามใช้ชีวิตต่อไป แต่กลับถูกความไม่แน่นอนเรื่องอดีตเข้ามากดทับ ความสัมพันธ์ที่เคยเหมือนจะประคองกันได้เริ่มสั่นคลอนทีละขั้น ขณะที่คำถามใหญ่เรื่อง “เรื่องจริง” ทำให้ทุกการตัดสินใจต้องแลกด้วยความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าด้วยแรงดึงดูดของความทรงจำ ความกลัว และการเลือกที่จะยอมรับหรือหนีความจริง
เรื่องเริ่มจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะควบคุมได้ แต่ร่องรอยเล็กๆ ในชีวิตประจำวันกลับทำให้คำตอบที่อยากรู้ไม่ยอมจบลงง่ายๆ ตัวละครทั้งสองต้องรับมือกับความคิดของตัวเองและคำพูดของคนรอบข้างที่ค่อยๆ บิดความหมายของเหตุการณ์เดิมให้ต่างไป จากนั้นความลับก็เริ่มหลุดออกมาเป็นช่วงๆ ไม่ได้มาแบบคำตอบชัดเจน แต่ทิ้งช่องว่างให้คนดูต้องประติดประต่อด้วยอารมณ์และเหตุผลไปพร้อมกัน ระหว่างทาง ความสัมพันธ์ยังต้องผ่านการทดสอบ ทั้งในเรื่องความไว้ใจ ความอดทน และการยืนหยัดในสิ่งที่ตนเองเชื่อ เมื่อความจริงเริ่มใกล้เข้ามา ทุกคนยิ่งรู้สึกว่า “การปิดบัง” อาจมีต้นทุนทางใจที่สูงกว่าที่คิด และยิ่งเข้าใกล้คำตอบ ความเสี่ยงก็ยิ่งเพิ่มตาม
จุดเด่นอยู่ที่จังหวะความตึงของอารมณ์ที่ค่อยๆ กัดกิน ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเรื่องราวกำลังเดินหน้าเข้าหาความจริงทีละน้อย แม้ไม่มีการเฉลยแบบตรงไปตรงมา กลวิธีเล่าเรื่องยังเน้นบรรยากาศและรายละเอียดของความสัมพันธ์มากกว่าความบู๊ จนความลังเลและความกลัวของตัวละครกลายเป็นหัวใจของหนัง
Big Baby (2015) ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในห้องที่มีคำถามลอยอยู่ตลอดเวลา หนังกระชับอารมณ์ด้วยการเล่าแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ความระแวงและความหวังปะปนกันอย่างเป็นธรรม แม้บางช่วงอาจทิ้งช่องให้ตีความมากกว่าจะชี้นำชัดๆ แต่สำหรับคนที่ชอบหนังแนวจิตวิทยาและความสัมพันธ์ที่ถูกบีบด้วยอดีต นี่คือเรื่องที่น่าจะอยู่กับความรู้สึกได้ดี




