เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง American Psycho (2000) อเมริกัน ไซโค
ชื่ออังกฤษ: American Psycho
ชื่อไทย: อเมริกัน ไซโค
ปีที่ออกฉาย: 2000
ดัดแปลงจากนิยายที่รุนแรงและสร้างกระแสของ อีสตัน เอลลิส โดยผู้กำกับ แมรี่ ฮาร์รอน American Psycho คือ เรื่องราวเสียดสีชีวิตที่ชิงดีชิงเด่นและเต็มไปด้วยกิเลศตัณหา โดยเกิดขึ้นในปลายยุค 1980 ผ่านสายตาของฆาตกรโรคจิตผู้ที่จะพาผู้ชมก้าวเข้าสู่จิตใจของเขา และเข้าใจในแรงกระตุ้นที่ทำให้เขาสำแดงความอำมหิตออกมาภายใต้ความเลิศหรูของอาภรณ์จากดีไซเนอร์ชื่อดัง และผลิตภัณฑ์เสริมบุคลิกชั้นเยี่ยม แพทริค เบทแมน (คริสเตียน เบลล์) ดูเนี้ยบ เฉียบ เหมือนกับทุกๆ คน และยิ่งเขาพยายามทำตัวให้เข้ากับบรรดาหนุ่มสาวยัปปี้ในวอลสตรีท เขายิ่งสูญเสียการควบคุมตัวเอง จนทำให้ระเบิดความรุนแรงด้วยการฆ่าที่วิปริต ซึ่งนั่นทำให้แพทริครู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าใครๆ
ในมหานครที่สวยงามเกินจริง ชายคนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างเป็นระเบียบ แต่ภายในเต็มไปด้วยความหมกมุ่นและความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ ขณะความสัมพันธ์กับคนรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว การปะทะกันระหว่างภาพลักษณ์ภายนอกกับสิ่งที่ซ่อนอยู่ก็ยิ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่างความปกติและความวิปริตสั่นคลอน
เรื่องเริ่มจากตัวละครหลักที่ดูเหมือนมีทุกอย่างครบถ้วน—ท่าที สุขุมกะทัดรัด และความมั่นใจในตัวเอง ทว่ารายละเอียดเล็กๆ ค่อยๆ เผยรอยแตกของความคิด เมื่อเขาเริ่มหลงใหลในภาพความสมบูรณ์แบบและยึดติดกับการประเมินคุณค่าคนอื่นแบบบิดเบี้ยว เหตุการณ์รอบตัวจึงไม่ใช่แค่มูลเหตุให้ปัญหา แต่กลายเป็นกระจกที่สะท้อนความเสื่อมในใจของเขา ความกดดันสะสมจากความสัมพันธ์และการตัดสินใจที่ยิ่งไร้เหตุผล ทำให้บรรยากาศของเรื่องแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนคุณต้องตั้งคำถามว่า “สิ่งที่เห็น” และ “สิ่งที่เกิดขึ้นจริง” ตรงกันหรือไม่ ก่อนที่ผลกระทบจะลามไปทุกทิศทาง
ภาพจำหลักของเรื่องคือความตึงเครียดที่ค่อยๆ ขึ้นแรงจากตัวละครเดียว โดยไม่ต้องพึ่งเหตุพลิกผันหวือหวา ความแหลมคมอยู่ที่การเสียดสีความทะเยอทะยานและภาพลักษณ์ในสังคม รวมถึงวิธีที่เรื่องทำให้ผู้ชมอึดอัดกับการรับรู้ของตัวละครเองที่เริ่มไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้จังหวะเล่าเรื่องยังสร้างแรงกระแทกให้ความรุนแรงดู “ใกล้ตัว” มากกว่าความเป็นเรื่องไกลในหนังกระแสทั่วไป
American Psycho (2000) อเมริกัน ไซโค ไม่ใช่หนังที่มอบความบันเทิงแบบสบายใจ แต่เป็นงานที่จับ “ความคิด” กับ “ภาพลักษณ์” มาชนกันอย่างหนัก จังหวะการเล่าเรื่องกับโทนที่กดทับทำให้ผู้ชมต้องรับมือกับความไม่สบายใจตลอดทาง แม้บางช่วงอาจรู้สึกรุนแรงทางอารมณ์สำหรับคนที่ไม่ชอบหนังแนวเสียดสีความมืด แต่สำหรับผู้ที่สนใจจิตวิทยาและการเสียดสีสังคม งานนี้จะชัดเจนว่าทำไมถึงถูกพูดถึงบ่อย




