เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง American Hustle (2013) โกงกระฉ่อนโลก
ชื่ออังกฤษ: American Hustle
ชื่อไทย: โกงกระฉ่อนโลก
ปีที่ออกฉาย: 2013
แฟนๆทั่วโลกต้องกรี๊ด กลับการกลับมาร่วมสร้างผลงานใหม่อีกครั้ง ของทีมผู้กํากับและนักแสดงจาก Silver Linings Playbook ที่ได้ทั้งเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ แบรดลีย์ คูเปอร์ โรเบิร์ต เดอ นีโร มาโชว์ฝีมือร่วมกันอีก ยิ่งไปกว่านั้นยังได้นักแสดงดีกรี ออสการ์ที่ทุกคนชื่นชอบ อย่าง คริสเตียน เบล เข้ามาเสริมความเจ๋งของภาพยนตร์ กันแบบสุดๆAmerican hustle สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในยุค 80 เรื่องราวของศิลปินหนุ่ม ไอร์วิ่ง โรเซนเฟล์ด(รับบทโดย คริสเตียน เบล)ที่ต้องทํางานร่วมกับเจ้าหน้าที่ FBI ริชชี ดี มาโซ (รับบทโดย แบรดลีย์ คูเปอร์ ) เพื่อเปิดโปงและกําจัดการคอรัปชั่นให้หมดไปในปฏิบัติการที่มีชื่อว่า ‘ABSCAM’ ซึ่งจะทําให้พวกเขาต้องเข้าไปพัวพันกับโลกมืดทั้งมาเฟีย การพนัน เหล่านักการเมืองที่ชั่วร้าย และแผนลับแผนลวงที่สุดเหลือเชื่อ
ในยุคที่การล่อให้คนผิดพลาดคืออาวุธ ทั้งคู่รักที่หลงระเริงกับภาพลักษณ์และนักต้มตุ๋นมือดีที่ต้องรักษาหน้าตา ต่างถูกดึงเข้าไปพัวพันกับปฏิบัติการที่ดูเหมือนจะควบคุมได้ แต่กลับยิ่งทำให้ความจริงบิดเบี้ยวกว่าเดิม เมื่อทุกคนต่างต้องการ “ชนะ” ในแบบของตัวเอง เรื่องราวจึงกลายเป็นทั้งแผนการหลอกลวง การเจรจา และความเปราะบางที่ถูกลากออกมาพร้อมกัน
งานเริ่มต้นจากการที่ตัวละครหลักต้องรับบทบาทหลายชั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ดูน่าเชื่อ การจัดฉากให้ฝ่ายตรงข้ามเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ หรือการใช้ข้อมูลที่ครึ่งจริงครึ่งลวงเพื่อดึงให้เกมเดินต่อไป แต่ยิ่งปะทะกับแรงกดดันจากผู้มีอำนาจ บทบาทที่เคยเป็นแค่กลยุทธ์ก็เริ่มกลายเป็นภาระ เพราะความสัมพันธ์ในทีมเริ่มสั่นคลอน เมื่อความตั้งใจดีถูกตีความผิด และคำสัญญาที่พูดได้ง่ายกลับยากจะทำตาม เดินเรื่องจึงเต็มไปด้วยการสลับบท การจับผิด และการตัดสินใจแบบเฉือนระหว่าง “ผลประโยชน์” กับ “ความรู้สึก”
แกนหลักของ American Hustle (2013) โกงกระฉ่อนโลก อยู่ที่การพยายามรักษาสถานะในขณะที่ทุกทางเลือกมีต้นทุน ตัวละครแต่ละคนต่างมีเหตุผลของตัวเอง ตั้งแต่ความกลัว การอยากได้การยอมรับ ไปจนถึงความต้องการเอาคืนเกมที่ใหญ่กว่า จนแผนการที่เคยดูเฉียบคมค่อยๆ เผยให้เห็นว่าความลื่นไหลของความจริงคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนเสียเปรียบหรือไม่ก็ได้เปรียบตามแต่โชคชะตาจะพาไป
จุดเด่นคือบรรยากาศเกมต้มตุ๋นที่เปลี่ยนจังหวะเร็ว เน้นการพูดคุยต่อรองมากกว่าการไล่ล่า ทั้งยังจับความสัมพันธ์ในทีมได้อย่างเจ็บๆ ตรงๆ ว่าเมื่อความฝันเรื่อง “ภาพลักษณ์” กับความต้องการจริงๆ มาชนกัน มันจะทำให้แผนพังหรือบังคับให้ทุกคนยอมเสียอะไรบางอย่าง การเล่าเรื่องยังให้ความรู้สึกว่าทุกคำพูดมีราคา ไม่ใช่แค่เพื่อให้คนดูอิน แต่เพื่อสะท้อนว่าใครกำลังแย่ง “ความหมายของความจริง” กันอยู่
American Hustle (2013) โกงกระฉ่อนโลก เด่นตรงความเป็นหนังที่คิดเป็นเกมตลอดเวลา ไม่ได้พึ่งพาทะเลาะหรือการไล่ล่าอย่างเดียว แต่ใช้การต่อรอง ความเข้าใจผิด และการรักษาภาพลักษณ์เป็นเชื้อเพลิง ทำให้คนดูสนุกกับการคาดเดาในระดับเหตุผลมากกว่าการเดาแบบเดาสุดทาง และเพราะเรื่องเดินด้วยหลายมุม การกระแทกทางอารมณ์จึงไม่ได้มาหนักๆ ทีเดียว แต่ทยอยสะสมจนรู้สึกได้ถึงต้นทุนของการโกหกสำหรับคนที่อยากชนะจริงๆ




