เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012) ประธานาธิบดี ลินคอล์น นักล่าแวมไพร์
ชื่ออังกฤษ: Abraham Lincoln: Vampire Hunter
ชื่อไทย: ประธานาธิบดี ลินคอล์น นักล่าแวมไพร์
ปีที่ออกฉาย: 2012
ภาพยนตร์จะเริ่มเรื่องตั้งแต่เมื่อ ลินคอล์น อายุได้เพียง 11 ปี เมื่อเขาได้รับทราบถึงการมีอยู่ของเผ่าพันธุ์แวมไพร์จาก โธมัส ลินคอล์น ผู้เป็นบิดาที่เล่าถึงประวัติศาสตร์ของตระกูลซึ่งเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์กระหายเลือดนี้ เมื่อผู้ปู่ของเขา (ชื่อว่า อับราฮัม ลินคอล์น เช่นเดียวกัน) ถูกแวมไพร์สังหารเมื่อปี 1786 ขณะที่มารดาของเขา แนนซี แฮคส์ ลินคอล์น ก็ตกเป็นเหยื่อของพวกมันเช่นเดียวกัน จน ลินคอล์น ได้สาบานว่าเขาจะไล่ล่า แวมไพร์ เพื่อแก้แค้นแทนมารดา และทำลายแผนการจับคนมาเป็นอาหารของพวกมันให้จนได้ โดยเขาได้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ไว้ในไดอารี่ส่วนตัวที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนด้วย
เมื่อสงครามกลางเมืองสหรัฐฯ กำลังทวีความรุนแรง เรื่องราวกลับพัวพันกับอีกภัยที่มองไม่เห็น ลินคอล์นไม่ได้เป็นแค่ผู้นำทางการเมือง แต่เป็นนักล่าแวมไพร์ที่ต้องปกป้องผู้คนจากพวกนักล่าความตายที่แฝงตัวอยู่ในสังคม การลุกขึ้นต่อสู้ของเขาพาไปสู่เงื่อนงำอันเลือดเย็น การไล่ล่าที่ใช้ทั้งเหตุผลและสัญชาตญาณ และความเสียสละที่แลกมากับหน้าที่ในช่วงเวลาที่โลกกำลังแตกสลาย
หลังสถานการณ์การเมืองเริ่มสั่นคลอน การคุกคามจากแวมไพร์ก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้นในรูปแบบที่น่ากลัวและเหนือความเข้าใจ ลินคอล์นเร่งหาความจริงจากคนใกล้ตัวและหลักฐานที่กระจัดกระจาย ขณะที่ต้องรับมือศึกใหญ่ในสนามการเมืองไปพร้อมกัน เขาใช้ทักษะการล่าและการตัดสินใจเฉียบคมเพื่อตามรอยต้นตอของสายใยที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับความมืด
ระหว่างทาง ลินคอล์นต้องเผชิญศัตรูที่ทั้งฉลาดและอำมหิต การตามล่ากลายเป็นเกมระหว่างความกลัวกับความอดทน บาดแผลจากอดีตและภาระที่หนักหน่วงทำให้เขาต้องเลือกว่าจะปกป้องใครก่อน และต้องยอมเสียอะไรเพื่อหยุดวงจรการสูญเสียให้จบลง ท่ามกลางความวุ่นวาย การต่อสู้ทุกครั้งไม่ใช่แค่การเอาชนะ แต่คือการพิสูจน์ว่าความเป็นมนุษย์ยังมีพื้นที่อยู่ได้แม้ในคืนที่แวมไพร์กำลังครอบงำ
หนังผูก “สงครามการเมือง” เข้ากับ “ล่าผีดูดเลือด” ได้อย่างเป็นภาพ และใช้จังหวะการไล่ล่าเป็นแรงขับให้เรื่องเดินตลอดทั้งเรื่อง ตัวลินคอล์นถูกเล่าในมุมที่จริงจังและเคร่งเครียดพอจะทำให้ภารกิจไม่กลายเป็นแค่ฉากบู๊ อีกทั้งบรรยากาศยุคเก่าที่มีทั้งหมอก ความสิ้นหวัง และความเงียบก่อนการปะทะ ทำให้ความน่ากลัวดูจับต้องได้ ไม่ใช่แค่ความแฟนตาซีลอยๆ
Abraham Lincoln: Vampire Hunter (2012) เลือกทางชัดเจนด้วยการผสมประวัติศาสตร์จินตนาการเข้ากับความสยองแบบแอ็กชัน ผลลัพธ์คือหนังที่เดินเร็ว ดูดความสนใจด้วยการไล่ล่าและการหักมุมเชิงปะทะมากกว่าเน้นความลึกทางดราม่าล้วนๆ จุดที่เด่นคือโทนมืดจริงจังและการวางตัวประธานาธิบดีให้เป็นศูนย์กลางของทั้งสงครามและสงครามกับความมืด
อย่างไรก็ตาม คนที่คาดหวังบรรยากาศลึกลับเชิงจิตวิทยาเต็มรูปแบบอาจรู้สึกว่าเรื่องให้ความสำคัญกับจังหวะต่อสู้ค่อนข้างมาก แต่ถ้าชอบหนังสยองปนแอ็กชันที่เอาความน่ากลัวมาผูกกับแรงกดดันในสังคม หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้ดี




