เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง A Boy Called Po (2016)
ชื่ออังกฤษ: A Boy Called Po (2016)
ปีที่ออกฉาย: 2016
หลังจากที่คู่สมรสของเขาเตะก้อนมะเร็งการออกแบบที่เหนื่อยล้าต้องต่อสู้เพื่อดูแลลูกของเขาด้วยการเก็บตัวสุดขีด “A Boy Called Po” ลูกของเขาตอบสนองต่อการกลั่นแกล้งกำเริบในการหลบหนีโลกแห่งฝันกลางวันความกระตือรือร้นที่อยู่เบื้องหลัง “เด็กชายที่เรียกว่าปอ” นั้นไม่ได้ยอดเยี่ยม แต่เป็นเกียรติ ในเรื่องราวของพ่อซึ่งเป็นพ่อม่ายวัยเยาว์ที่เลี้ยงดูลูกที่ชอบเก็บตัวอย่างมากจุดประสงค์ที่ชัดเจนของนักเขียนบทโคลินโกลด์แมนคือการทำให้ขาดหายไปจากความอับอาย
เกี่ยวข้องกับผู้คนโดยเฉพาะเด็ก ๆ ในช่วงการเก็บตัวมากเกินไป “A Boy called Po” ซึ่งประสานงานโดย John Asher มีปัญหาเล็กน้อยแม้ว่าจะรู้สึกไม่ยุติธรรมเล็กน้อยที่วิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์เช่นนี้อย่างต่อเนื่องก็ตาม บทพยายามที่จะทำเช่นกัน แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำให้ฉันรู้สึกลึกซึ้งมากเช่นกันหนึ่งหรือสองครั้งโดยส่วนใหญ่อยู่ในฉากระหว่างพ่อกับลูก ในฉากที่แตกต่างกันผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาจะชี้แจงยาที่แตกต่างกันและมุมมองของการเก็บตัวที่รุนแรงที่พวกเขาได้กล่าวถึง ภาษาถิ่นมีความเชี่ยวชาญมาก แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับโลกนี้การจัดกลุ่มเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่จรรโลงใจ และหลังจากนั้นก็มีประธานาธิบดี
เรื่องราวของ “โป” เด็กชายผู้คลุกคลีกับโลกที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเท่าไรนัก เขาต้องพยายามรักษาความเป็นตัวเองท่ามกลางความคาดหวัง ความกลัว และคำอธิบายที่ฟังดูไม่ค่อยลงตัว ขณะที่เหตุการณ์ต่างๆ ลากเขาให้เข้าใกล้ความจริงบางอย่างที่อาจไม่ได้มีแค่อยู่เพียงในอดีต
โปอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน เขารับรู้ความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ จากท่าทีของคนรอบตัว ทั้งบรรยากาศที่เหมือนจะซ่อนคำตอบและช่วงเวลาที่ความทรงจำของเขาดูจะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่ได้ยิน การสื่อสารที่ไม่ตรงกันทำให้โปยิ่งสับสน เขาจึงค่อยๆ สร้างแนวทางของตัวเองเพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรคือ “สิ่งที่เกิดขึ้น” และอะไรคือ “สิ่งที่คนอื่นอยากให้เขาเชื่อ”
เมื่อความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและสังคมเริ่มเผยรอยร้าว โปต้องรับมือทั้งความรู้สึกผิด ความโดดเดี่ยว และความพยายามที่จะยืนให้ได้ด้วยเหตุผลของตัวเอง ภาพรวมของเรื่องจึงค่อยๆ เปลี่ยนจากความเป็นชีวิตประจำวันไปสู่ความตึงเครียดทางอารมณ์ ที่ทำให้คนดูต้องตามไปพร้อมกันว่าความจริงจะค่อยๆ ถูกเปิดเผยอย่างไร โดยไม่ต้องรีบตัดสินว่าใครพูดถูกหรือผิด
จุดเด่นอยู่ที่การเล่าเรื่องผ่านมุมมองของเด็ก ทำให้ความสับสนกลายเป็นแรงขับที่ชัดเจน ทุกฉากให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง “รื้อความจริง” จากเศษความทรงจำและคำพูดที่คลาดเคลื่อน ความสัมพันธ์ของตัวละครไม่ได้ทำหน้าที่แค่เดินเรื่อง แต่ทำหน้าที่สะท้อนว่าความกลัวและอคติของผู้ใหญ่ส่งผลต่อเด็กอย่างไร
A Boy Called Po (2016) เป็นหนังที่ใช้ความไม่ชัดเจนเป็นภาษาของเรื่อง ความลุ้นไม่ได้มาจากการไล่ล่าแบบบู๊ แต่จากการที่เราค่อยๆ รับรู้ว่าความจริงถูกบิดด้วยท่าทีและคำพูดของคนรอบตัวอย่างไร ข้อดีคือบรรยากาศทางอารมณ์ทำงานต่อเนื่อง และพลังของหนังอยู่ที่การพาคนดูไปอยู่ในความคิดของเด็ก—ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม คนดูที่ต้องการคำตอบตรงๆ อาจรู้สึกว่าบางส่วนตั้งใจเว้นช่องไว้ให้ตีความมากกว่าการตอบคำถามแบบชัดเจน




