เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง 2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว (2018) 2215 Cheua Ba Kla Kao
ชื่ออังกฤษ: 2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว
ชื่อไทย: 2215 Cheua Ba Kla Kao
ปีที่ออกฉาย: 2018
จากปรากฏการณ์การวิ่งครั้งประวัติศาสตร์ระยะทางกว่าสองพันกิโลเมตร มีคนอาสามาร่วมขบวนวิ่งนับหมื่น มีคนยืนชะเง้อรอเซลฟี่อีกนับแสน มีผู้ชมทางบ้านนั่งจ้องหน้าจอไลฟ์อีกนับล้าน จนมีเงินระดมบริจาคเข้ามาให้โรงพยาบาลเกินหนึ่งพันสี่ร้อยล้าน! ทั้งหมดนี้.. เริ่มต้นเพราะคนหนึ่งคน อยู่บนเวที เขาคือศิลปินที่สะกดผู้ชมด้วยเพลงร็อคอันเร่าร้อนทรงพลัง อยู่บนถนน เขาคือนักวิ่งที่ทำสถิติวิ่งข้ามประเทศคนแรกของไทย แต่อยู่บนรถบ้าน เขาคือไอ้หนุ่มร่างผอม ติดกาแฟ ดื้อกับหมอ แถมยังตลกฝืด! ตลอด 55 วันของ “ก้าวคนละก้าว” ทุกเหตุการณ์ ทุกแง่มุม ทุกดราม่า น่าจะถูกเล่าออกสื่อไปหมดแล้ว.. ยกเว้นเรื่องราวจากกล้องตัวนี้ นี่คือภาพยนตร์สารคดีคลุกวงใน ที่จะพาคุณฝ่าฝูงชนไปค้นลึกถึงเบื้องหลังแรงขับของนักร้องน่องเหล็ก พี่ตูน-บอดี้สแลม ผู้แบกฝันฝ่าแดดลุยฝนไล่ตามความเชื่อไปจนถึงแสงสุดท้าย โดยทีมงานสารคดีทีมเดียวที่ตามติดถ่ายทำเข้านอกออกในแบบไม่เคาะประตู (ยกเว้นตอนเข้าห้องน้ำ) บนเส้นทางจากเบตงถึงแม่สาย มาค้นพบแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน ทีละก้าว“2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” ภาพยนตร์คลุกวงในตลอด 55 วัน ของ ก้าวคนละก้าว จากกล้องตัวเดียวของทีม GDH ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจในการทำความดี ด้วยการบริจาคเพื่อหารายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์โรงพยาบาลศิริราช อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส และ ผลิตบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ต่อไปเปิดให้ชมจำนวน 720,000 ที่นั่ง ที่โรงภาพยนตร์ ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2561 นี้เป็นต้นไปร่วมบริจาคเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านช่องทางเหล่านี้ :
1) บัญชีรับบริจาค ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาศิริราช เลขที่บัญชี 016-3-04556-7 ประเภทบัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชี เพื่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช
2) SMS บริจาคครั้งละ 10 บาท โดยพิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 454099 (เริ่มบริจาคทาง SMS ได้ตั้งแต่ 1 ก.ย. 61)
3) สแกน QR Code ผ่าน Mobile Banking เพื่อการบริจาค
4) SCB EASY APP สามารถบริจาคผ่านปุ่ม “บริจาค” ใน SCB EASY APP และเลือก โครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อโรงพยาบาลศิริราช (เริ่มบริจาคได้ตั้งแต่ 11 ส.ค. 61)
5) กล่องรับบริจาค ตรงเคาน์เตอร์หน้าโรงภาพยนตร์
6) บริจาคผ่านช่องทาง True Money Wallet
“2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” เล่าการเดินทางของคนธรรมดาในโลกที่ความหวังถูกบิดเบี้ยวเป็นกฎเกณฑ์ของการเอาตัวรอด เมื่อ “กล้า” ถูกดึงเข้าสู่เกมความเชื่อและความกล้ารูปแบบใหม่ เขาต้องตัดสินใจว่าจะยึดหลักที่คนอื่นวางไว้ หรือยอมเสี่ยงทำสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าแม้แต่จะคิด ก่อนทุกอย่างจะทวีความกดดันขึ้นเรื่อยๆ จนคำว่า “ก้าว” กลายเป็นทั้งทางรอดและจุดเริ่มต้นของความจริงที่ไม่สบายใจ
เรื่องเริ่มจากบรรยากาศสังคมที่ทำให้คนต้องเลือกทางเดินด้วยเหตุผลของตัวเอง แต่คำว่าเหตุผลกลับถูกควบคุมด้วยความเชื่อที่แพร่ไปอย่างรวดเร็ว “กล้า” คือคนที่เหมือนจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องหมายของใครง่ายๆ เขาถูกทดสอบด้วยทางเลือกเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนไม่ได้อันตราย ทว่าเมื่อสะสมไปเรื่อยๆ มันกลับกลายเป็นประตูของการถูกชักจูงและการต้องจ่ายราคาเพื่อพิสูจน์ตัวตน
เมื่อความเกี่ยวข้องขยายวงออกไป “กล้า” ต้องเข้าใจว่าอำนาจในโลกนี้ไม่ได้มาแค่จากคนถือกุญแจ แต่มาจากความเชื่อของคนจำนวนมากที่ยอมรับสภาพเดิมโดยไม่ตั้งคำถาม ระหว่างความกลัวกับความหวัง เขาพยายามยืนอยู่ตรงกลาง แต่ระบบไม่ปล่อยให้ใครอยู่เฉยๆ ทุกคำพูดและทุกการกระทำจะถูกตีความ ขณะที่เขาเริ่มมองเห็นร่องรอยของความจริงที่พยายามปกปิดไว้
ยิ่งเรื่องรุกคืบ “ความเชื่อ” กลายเป็นแรงผลักที่ทั้งให้พลังและบั่นทอน และ “ความบ้า” ที่เคยเป็นภาพลักษณ์กลายเป็นการยืนหยัดต่อรองกับชะตา ส่วน “ความกล้า” ไม่ใช่ความมั่นใจลอยๆ แต่เป็นการยอมแลก ทั้งในทางความคิดและความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ก่อนทุกอย่างจะนำไปสู่สถานการณ์ที่ทำให้เขาต้องก้าวต่อโดยรู้ว่าถ้าหยุด โลกจะไม่ปล่อยให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม
จุดเด่นของเรื่องอยู่ที่การเล่นกับคำว่า “เชื่อ–บ้า–กล้า–ก้าว” ให้กลายเป็นแรงขับของการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่สโลแกน และความกดดันคืบคลานจากเหตุการณ์เล็กๆ ที่ชวนตั้งคำถามว่าทำไมคนถึงยอมรับสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล ขณะเดียวกันความสัมพันธ์และท่าทีของตัวละครถูกใช้เป็นเครื่องมือสะท้อนทั้งความหวังและความงมงายแบบที่เรารู้สึก “คุ้น” ทั้งในโลกจริงและโลกในเรื่อง
“2215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” เป็นเรื่องที่พาเราค่อยๆ เข้าใจว่าความเชื่อสามารถคุมคนได้อย่างไร ผ่านการทดลองทางความคิดของตัวเอก แม้บรรยากาศจะคมและหนักอยู่พอสมควร แต่การเล่ายังพยายามโยงให้ผู้ชมรู้สึกใกล้ตัวด้วยคำถามเรื่องการยอมแพ้ต่อระบบและการก้าวข้ามเส้นที่คนส่วนใหญ่มองว่า “ไม่ควร” จุดที่น่าประทับใจคือการทำให้แนวคิดไม่กลายเป็นบทเทศนา เพราะมันถูกวางในสถานการณ์และความสัมพันธ์จริงๆ ส่วนคนที่ชอบหนังที่เดินเรื่องเร็วพร้อมคำตอบชัดๆ อาจต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อเข้าจังหวะกับความหมายที่ค่อยเปิดทีละชั้น




